เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.

เที่ยวแบบกรุ๊ปเหมาแอดเลย

Travel License : 11/06178

มหัศจรรย์ Morocco & Spain

  • รหัสทัวร์ BT-MEU01_EK
  • ประเทศ สเปน
  • กำหนดการเดินทาง18 ต.ค. 69 - 27 ต.ค. 69
  • จำนวนวัน 10วัน 7คืน
  • ราคาเริ่มต้น 139,999 บาท/ท่าน
  • เดินทางโดย Emirates Logo.svg

วันเดินทางและราคา

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว เด็กทารก จอยแลนด์ Group Size สถานะ
18 ต.ค. 69 - 27 ต.ค. 69 ฿ 139,999 - - ฿ 16,499 - - จองเลย

รายละเอียดโปรแกรม

  • Day : 1
    สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

    19.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ชั้น 4 ประตู 9 เคาน์เตอร์สายการบิน EMIRATES (EK) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน

    23.15 น. ออกเดินทางสู่เมือง คาซาบลังก้า (Casablanca) ประเทศโมร็อกโก โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK385 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

  • Day : 2
    สนามบินดูไบ - สนามบินคาซาบลังก้า - คาซาบลังก้า - สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสขันที่ 2 - โมร็อกโกมออลล์

    04.40 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (DXB) เพื่อรอต่อเครื่อง

    07.30 น. เดินทางต่อสู่ ประเทศโมร็อกโก โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK751 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

    12.40 น. เดินทางถึง สนามบินคาซาบลังก้า ประเทศโมร็อกโก (CMN) จากนั้นรับกระเป๋าและผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง (เวลาท้องถิ่นเดือน มีนาคม-ตุลาคม : เวลาช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง และ เดือนตุลาคม-มีนาคม: ช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อสะดวกในการนัดหมาย) จากนั้นนำท่านนำท่านเข้าชม สุเหร่าแห่งกษัตริย์ฮัสขันที่ 2 (Hassan II Mosque) มีขนาดใหญ่เป็นอันอันดับ 3 รองจากเมืองเมกกะ สุเหร่านี้งดงามปรานีตด้วยสถาปัตยกรรมแบบโมร็อกโก ชมวิวทิวทัศน์รอบๆ สุเหร่าอันเป็นจุดชมวิวริมฝั่งทะเล ซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนที่สวยงามของชาวโมร็อกโกที่ชอบมาเดินเล่นหลังจากปฏิบัติศาสนกิจเสร็จแล้ว *การเข้าชมมหาวิหาร ขึ้นอยู่กับสถานการณ์หน้างาน หากมีพิธีทางศาสนา และคณะไม่สามารถเข้าชมได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่สามารถคืนค่าใช้จ่ายได้เนื่องจากเป็นการชำระล่วงหน้ากับผู้แทน*

    จากนั้นอิสระข้อปปิ้ง ณ โมร็อกโกมออลล์ (The Morocco Mall) ที่ถูกสร้างอยู่บริเวณริมทะเล ซึ่งมีความสวยงามในรูปแบบการก่อสร้างบนเนื้อที่กว้างใหญ่ประมาณ 200,000 ตรม. ประกอบไปด้วยร้านต่างๆมากมาย ร้านอาหาร ห้างจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมของโลก ท่านจะได้ชมความสวยงามของสัตว์โลกใต้ทะเลอันยังใหญ่ตระการตาในระบบ 360 องศา ด้วยความจุของน้ำทะเลประมาณ 1 ล้านลิตร ท่านจะได้ชมสัตว์ทะเลต่างๆ กว่า 30 สายพันธุ์

    ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (1)
    คืนที่ 1 พักที่ Novotel Casablanca City Center หรือระดับเทียบเท่า
    (โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)

  • Day : 3
    คาซาบลังก้า - ราบัต - หอคอยฮัสสัน - สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 - พระราชวังหลวง - ป้อมอูดายา - เชฟซาอูน

    เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (2)
    นำท่านเดินทางสู่เมือง ราบัต (Rabat) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.15 ชม. เมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1956เมืองราบัตเมืองหลวงแห่งราชอาณาจักรมาในอดีต เมื่อโมร็อคโกหลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมืองของฝรั่งเศสและเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวง และทำเนียบทูตานุทูตจากต่างแดน เป็นเมืองสีขาวที่สะอาดและสวยงาม

    เมื่อเดินทางถึง นำท่านถ่ายภาพกับ หอคอยฮัสสัน (Hassan Tower) หรือ สุเหร่าหลวง เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมอันทะเยอทะยานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 โดยหอคอยมีสูงถึง 44 เมตรหรือ 140 ฟุต การก่อสร้างมัสยิดนี้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.1191 ตั้งใจว่าหอคอยแห่งนี้จะกลายเป็นมัสยิดและสุเหร่าที่สูงที่สุดในโลกและเพื่อเฉลิมฉลองการรบชนะของอัลมันชูร์ แต่ทว่า เมื่ออัลมันซูร์เสียชีวิตในปี ค.ศ.1199 การก่อสร้างมัสยิดจึงหยุดลง

    แวะถ่ายภาพ สุสานของกษัตริย์โมฮัมเหม็ดที่ 5 (Mausoleum of Mohammed V) พระอัยกาของกษัตริย์องค์ปัจจุบัน ซึ่งมีทหารยามยืนเฝ้าสง่างามทุกประตู และเปิดให้คนทุกชาติทุกศาสนาเข้าไปเคารพพระศพที่ฝั่งอยู่เบื้องล่าง ด้านหน้าของสุสาน คือสุเหร่าฮัสชันที่เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 2 แต่ไม่สำเร็จ และพังลงจนเหลือแต่เพียงเสาไว้ 365 ต้น ในบริเวณกว้าง 183 x 139 เมตร

    นำท่านถ่ายรูปโดยรอบชม สุเหร่าหลวง และ พระราชวังหลวง (Royal Palace) ที่ทุกเที่ยงวันศุกร์ กษัตริย์แห่งโมร็อคโกจะทรงม้าจากพระราชวังมายังสุเหร่าเพื่อประกอบศาสนกิจ

    แวะถ่ายรูป ป้อมอูดายา (Oudayas Fortress) ป้อมขนาดใหญ่ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแอตแลนติก ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงใหญ่ เป็นป้อมที่สเปนสร้างขึ้นเมื่อสมัยที่สเปนยึดครองโมร็อคโก ด้านในมีสวนดอกไม้แบบสเปน และบ้านเรือนสีฟ้า-ขาว ที่สะอาดตาน่าเดินเล่น บรรยากาศริมทะเลคล้ายเมืองซานโตรินีนับเป็นหนึ่งในป้อมปราการที่สำคัญของโมร็อคโก ในอดีตใช้ป้องกันข้าศึกจากการรุกรานทั้งจากประเทศที่ล่าอาณานิคมและในยุคที่โจรสลัดชุกชุม

    กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารไทย (3)
    นำท่านเดินทางสู่เมือง เชฟซาอูน (Chefchaouen) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.30 ชม. เมืองที่ได้ชื่อว่ามนต์เสน่ห์แห่งโมร็อคโก เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่ในหุบเขาริฟ (Rif Mountain) ประวัติความเป็นมาของเมืองนั้นยาวนานกว่า 538 ปี เมืองนี้เคย

    ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารโรงแรม (4)
    คืนที่ 2 พักที่ Dar Ba Sidi & Spa chefchaouen หรือระดับเทียบเท่า
    (โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)

  • Day : 4
    เชฟซาอูน - นครสีฟ้า - ท่าเรือตองเชเมด - นั่งเรือเฟอร์รี่สู่ประเทศสเปน - ท่าเรืออัลเฆซีราส - ประเทศสเปน - มาลากา

    เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (5)

    นำท่านเที่ยวชม นครสีฟ้าเชฟชาอูน (Chefchaouen) ชมบ้านเรือนทาด้วยสีฟ้าและสีขาว ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนรักสีฟ้าและสีขาว โดยเฉพาะสีฟ้า ด้วยเพราะว่าเชฟชาอูนเป็นเมืองที่บ้านเรือนเกือบทุกหลังเป็นสีขาว และมีครึ่งล่างไปจนถึงบริเวณถนน บันได และทางเดิน เป็นสีฟ้าสดใสเหมือนวันที่ท้องฟ้าไร้เมฆ สามารถเดินชมบ้านเรือนได้ทั่วทั้งเมือง โดยที่สถาปัตยกรรมของเมืองยังคงเป็นแบบโมร็อกโก ซุ้มประตูโค้งจึงสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งเมือง และยังมีน้ำพุที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสก แบบโมร็อกโกให้เห็นได้ตามมุมต่างๆ ของเมือง พร้อมให้ท่านมีเวลาเลือกซื้อของที่ระลึกในตลาดเมืองเมืองเก่า

    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือตองเชเมด(Tanger Med) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชม. ท่าเรือน้ำลึกที่รองรับทั้งเรือตู้คอนเทนเนอร์สินค้าขนาดมหึมา และเรือเฟอร์รี่ข้ามฟาก (Passenger Ferry) ที่ขนส่งผู้คนและรถยนต์ระหว่างทวีป เรียกได้ว่าเป็นประตูสู่ยุโรป ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบยิบรอลตาร์ (Strait of Gibraltar) จุดที่ทวีปยุโรปและแอฟริกาใกล้กันที่สุด (ห่างจากสเปนเพียงประมาณ 14 กม.) นำท่าน นั่งเรือเฟอร์รี่ (Ferry) สู่ท่าเรืออัลเฆซีราส (Algeciras) ใช้เวลาล่องเรือประมาณ 2.30 ชม. เพื่อเดินทางเข้าสู่ ประเทศสเปน (Spain) *บริษัทของเรืออาจมีการเปลี่ยนแปลง*

    กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (6)

    นำท่านเดินทางสู่เมือง มาลากา (Málaga) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เมืองท่าริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่เป็นหัวใจสำคัญของภูมิภาคอันดาลูเซียทางตอนใต้ของสเปน โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์เก่าแก่นับพันปี เข้ากับความทันสมัยของย่านท่าเรือใหม่และพิพิธภัณฑ์ระดับโลก มาลากายังมีบรรยากาศคึกคักด้วยแสงแดดเกือบตลอดทั้งปี มีชายหาด La Malagueta ที่เดินจากใจกลางเมืองได้เพียงไม่กี่นาที และมีวัฒนธรรมการกินทาปาส (กับแกล้ม) ริมทางที่สนุกสนาน ทำให้เมืองนี้เป็นทั้งจุดเชื่อมต่อการเดินทางและจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสทั้งวัฒนธรรมสเปนดั้งเดิมและวิถีชีวิตแบบรีสอร์ทตากอากาศ

    ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาจีน (7)
    คืนที่ 3 พักที่ Hotel NH Málagaหรือระดับเทียบเท่า
    (โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)

  • Day : 5
    พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ - ป้อมปาการอัลกาซาบะ - โรงละครโรมันโบราณ - มหาวิหารมาลากา - ตลาดกลางอาตาราสานัส - เซบียา - ย่านซานตาครูซ

    เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (8)
    นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ปิกัสโซ (Museo Picasso Málaga) พิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ปาโบล ปิกัสโซ ศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 20 ณ เมืองบ้านเกิดของเขาเอง โดยจัดแสดงผลงานล้ำค่ากว่า 200 ชิ้นที่สะท้อนถึงทุกช่วงวัยของการสร้างสรรค์งานศิลปะ ตั้งแต่ภาพวาดลายเส้นยุคแรกไปจนถึงงานเซรามิกและภาพเขียนคิวบิสม์อันเลื่องชื่อ ตัวพิพิธภัณฑ์ดัดแปลงมาจากพระราชวังเก่าสไตล์อันดาลูเซียที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไฮไลท์สำคัญคือตั้งอยู่ไม่ไกลจากบ้านที่ปิกัสโซเกิดจริงๆ ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เก็บผลงาน แต่เป็นสถานที่เล่าเรื่องราวชีวิตและจิตวิญญาณของศิลปินระดับโลก

    นำท่านเที่ยวชม ป้อมปาการอัลกาซาบะ (Alcazaba de Málaga) คือป้อมปราการริมเขาที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมทางทหารและความงามแบบพระราชวังมุสลิม (Moorish) จากศตวรรษที่ 11 ซึ่งถือเป็นป้อมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดแห่งหนึ่งในสเปน โดยจุดเด่นอยู่ที่ระบบกำแพงสองชั้นที่ดูดุดันแข็งแกร่งภายนอก แต่ภายในกลับซ่อนความสงบด้วยลานกลางบ้าน สวนดอกไม้ และน้ำพุตามสถาปัตยกรรมแบบอาหรับที่คล้ายคลึงกับ Alhambra ในกรานาดา

    นอกจากนี้ยังตั้งอยู่ติดกับ โรงละครโรมันโบราณ (Teatro Romano) ทำให้เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์หลายยุคสมัยซ้อนทับกัน พร้อมทั้งเป็นจุดชมวิวเมืองมาลากาและท่าเรือเมดิเตอร์เรเนียนที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งครับ และไม่ไกลกันนั้น

    นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารมาลากา (Málaga Cathedral) เป็นอาสนวิหารสไตล์เรเนสซองส์ที่ยิ่งใหญ่และโดดเด่นที่สุดในเมือง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนได้รับฉายาว่า “La Manquita” (สตรีแขนเดียว) เนื่องจากหอคอยฝั่งขวาสร้างไม่เสร็จจากปัญหาด้านงบประมาณในอดีต ทำให้รูปทรงดูไม่สมมาตรแต่กลับกลายเป็นเสน่ห์ที่น่าจดจำ ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยเพดานสูงตระหง่านและงานแกะสลักไม้ที่ประณีต โดยตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าที่เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของมาลากา

    จากนั้นนำท่านเดินเล่น ตลาดกลางอาตาราสานัส (Mercado Central de Atarazanas) ตลาดสดที่เก่าแก่และมีสีสันที่สุดในมาลากา ตั้งอยู่ในอาคารสถาปัตยกรรมเหล็กดัดที่โดดเด่นด้วยประตูทางเข้าหินโค้งแบบอาหรับดั้งเดิม ซึ่งเคยเป็นอู่ต่อเรือเก่าของชาวมุสลิมในศตวรรษที่ 14 ไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาดคือ กระจกสี (Stained Glass) ขนาดมหึมาด้านหลังตลาดที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเมือง ภายในแบ่งเป็นโซนอาหารทะเลสด ผลไม้ท้องถิ่น และชีสคุณภาพเยี่ยม นอกจากจะเป็นที่จับจ่ายของคนในพื้นที่แล้ว ยังเป็นสวรรค์ของเหล่านักกินเพราะมีบาร์ทาปาสเล็กๆ แทรกตัวอยู่ ซึ่งคุณสามารถสั่งอาหารทะเลสดๆ มาปรุงให้ทานกันเดี๋ยวนั้นในราคาเป็นกันเอง

    กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (9)
    นำท่านเดินทางสู่เมือง เซบียา (Seville) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.40 ชม. เมืองหลวงของแคว้นอันดาลูเซียที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และจิตวิญญาณแบบสเปนขนานแท้ โดดเด่นด้วยการเป็นเมืองต้นกำเนิดของระบำ Flamenco และประเพณีการสู้วัวกระทิงที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง บรรยากาศของเซบียาเต็มไปด้วยความโรแมนติกจากย่านเมืองเก่า ทำให้เซบียาเป็นจุดหมายปลายทางที่รวมทั้งความรุ่งโรจน์ทางประวัติศาสตร์ยุคทองและความสนุกสนานของการกินดื่มทาปาสไว้ได้อย่างลงตัวที่สุด

    เมื่อเดินทางถึงอิสระเดินเล่น ย่านซานตาครูซ (Barrio Santa Cruz) ย่านเมืองเก่าที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่สุดในเซบียาและเคยเป็นย่านพักอาศัยของชาวถิ่นยิวในอดีต โดดเด่นด้วยเขาวงกตของตรอกซอกซอยแคบๆ ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างร่มเงาและทางลมในช่วงฤดูร้อน สองข้างทางเต็มไปด้วยบ้านเรือนทาสีขาวสะอาดตา ตัดกับหน้าต่างเหล็กดัดและกระถางดอกไม้สีสันสดใส ภายในย่านนี้ซ่อนจัตุรัสขนาดเล็กที่มีส้มปลูกเรียงรายและเสียงน้ำพุเบาๆ ให้บรรยากาศสุดโรแมนติกแบบสเปน

    ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (10)
    คืนที่ 4 พักที่ Eurostars Al-Ándalus Palace หรือระดับเทียบเท่า
    (โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)

  • Day : 6
    จัตุรัสสเปน - อาสนวิหารเซบียา - พระราชวังหลวงอัลกาซาร์ - เห็ดยักษ์แห่งเซบียา - ย่านซานตาครูซ - ชมโชว์ระบำฟลามิงโก้

    เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (11)
    นำท่านอิสระเดินเล่นถ่ายรูปกับ จัตุรัสสเปน (Plaza de España) จัตุรัสรูปครึ่งวงกลมสุดอลังการในเมืองเซบียา โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานที่ตกแต่งด้วย กระเบื้องเคลือบสีสันสดใส เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของแต่ละจังหวัดในสเปน มีคลองขนาดเล็กพร้อมสะพานสวยงามให้พายเรือเล่นได้ และเคยถูกใช้เป็นฉากหลังของพระราชวังบนดาว Naboo ในภาพยนตร์ Star Wars

    เข้าชม อาสนวิหารเซบียา (Seville Cathedral & La Giralda) อาสนวิหารสไตล์โกธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลกและหอคอยระฆังอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซบียา โดยตัววิหารสร้างทับพื้นที่มัสยิดเดิมจนเกิดสถาปัตยกรรมผสมผสานที่โอ่อ่า ภายในเป็นที่ฝังศพของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ส่วนหอคอย La Giralda นั้นเดิมคือหอขานละมาดที่ถูกดัดแปลงมาเป็นหอระฆัง จุดเด่นคือทางเดินข้างในที่เป็นทางลาด (Ramp) แทนบันได เพื่อให้กษัตริย์สามารถทรงม้าขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาที่ด้านบนได้

    กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (12)
    นำท่านเข้าชม พระราชวังหลวงอัลกาซาร์ (Royal Alcázar of Seville) พระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปซึ่งยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน จุดเด่นที่ทำให้สถานที่แห่งนี้พิเศษคือสถาปัตยกรรมแบบ Mudéjar ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างศิลปะอิสลาม (มัวร์) และคริสเตียน ภายในประกอบด้วยลวดลายปูนปั้นที่ละเอียดอ่อน สวนหย่อมที่ร่มรื่น และลานน้ำพุที่สวยงามจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO นอกจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงในฐานะสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ดังอย่าง Game of Thrones (ในบทบาทของแคว้น Dorne) อีกด้วย

    จากนั้นแวะเช็คอินถ่ายรูปกับ เห็ดยักษ์แห่งเซบียา (Setas de Sevilla) คือโครงสร้างไม้ขนาดมหึมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าของเซบียา โดยมีรูปลักษณ์ล้ำสมัยคล้าย “เห็ด” ยักษ์ 6 ดอกเชื่อมกัน สถาปัตยกรรมนี้ช่วยเติมความโมเดิร์นให้กับเมืองประวัติศาสตร์ ภายในประกอบด้วยตลาดสด พิพิธภัณฑ์โบราณคดีใต้ดิน และไฮไลต์สำคัญคือ ทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) บนชั้นดาดฟ้าที่ให้คุณเดินชมวิวเมืองเซบียาแบบ 360 องศา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่จะมีการเปิดไฟประดับสวยงามมาก

    ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (13) พิเศษ!! ชมโชว์ระบำฟลามิงโก้

    คืนที่ 5 พักที่ Exe Sevilla Palmera หรือระดับเทียบเท่า
    (โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)

  • Day : 7
    เซบียา - กอร์โดบา - เมืองหลวงที่สาบสูญ - มัสยิด - อาสนวิหารแห่งกอร์โดบา พระราชวังแห่งกษัตริย์คริสเตียน - นั่งรถไฟความเร็วสูงสู่มาดริด - มาดริด

    เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (14)
    นำท่านเดินทางสู่เมือง กอร์โดบา (Córdoba) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. คือโครงสร้างไม้ขนาดมหึมาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าของเซบียา โดยมีรูปลักษณ์ล้ำสมัยคล้าย “เห็ด” ยักษ์ 6 ดอกเชื่อมกัน สถาปัตยกรรมนี้ช่วยเติมความโมเดิร์นให้กับเมืองประวัติศาสตร์ ภายในประกอบด้วยตลาดสด พิพิธภัณฑ์โบราณคดีใต้ดิน และไฮไลต์สำคัญคือ ทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) บนชั้นดาดฟ้าที่ให้คุณเดินชมวิวเมืองเซบียาแบบ 360 องศา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่จะมีการเปิดไฟประดับสวยงามมาก เมื่อเดินทางถึง

    นำท่านเข้าชม เมืองหลวงที่สาบสูญ (Medina Azahara) คือซากปรากหักพังของอาณาจักรอัลอันดาลุส ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองกอร์โดบา โดยถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจและความมั่งคั่งของเคาะลีฟะฮ์ (ผู้ปกครองอิสลาม) เมืองนี้เคยได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองที่ส่องประกาย” ด้วยพระราชวังหินอ่อนและสวนสวรรค์ที่ลดหลั่นตามไหล่เขา แม้จะถูกทำลายลงในเวลาไม่ถึงร้อยปีหลังจากสร้างเสร็จ แต่ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในฐานะแหล่งโบราณคดีที่เผยให้เห็นความรุ่งโรจน์ของอารยธรรมอิสลามในสเปนที่หาดูได้ยาก

    นำท่านเข้าชม มัสยิด-อาสนวิหารแห่งกอร์โดบา (Mezquita-Catedral de Córdoba) หนึ่งในศาสนสถานที่แปลกตาและมหัศจรรย์ที่สุดในโลก เพราะเป็น โบสถ์คริสต์ที่ตั้งอยู่ใจกลางมัสยิดอิสลาม ขนาดมหึมา จุดเด่นที่สะกดสายตาคือ “ป่าเสาหิน” จำนวนนับร้อยต้นที่เชื่อมต่อด้วย ซุ้มโค้งลายทางสีขาวสลับแดง อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะมัวร์ สถานที่แห่งนี้สะท้อนถึงประวัติศาสตร์การผลัดเปลี่ยนอำนาจระหว่างอิสลามและคริสเตียนในสเปนได้อย่างชัดเจน จนได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกโดย UNESCO และเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่แสดงถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรม

    กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (15)
    นำท่านเข้าชม พระราชวังแห่งกษัตริย์คริสเตียน (Alcázar de los Reyes Cristianos) คือพระราชวังและป้อมปราการประวัติศาสตร์ในเมืองกอร์โดบา ที่เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์เฟอร์ดินานด์และพระนางอิซาเบลลาผู้โด่งดัง จุดเด่นคือ สวนหย่อมสไตล์อันดาลูเซีย ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบพร้อมสระน้ำทอดยาวและน้ำพุที่สวยงามสะอาดตา ภายในยังมีระเบียงชมวิวบนหอคอยที่มองเห็นแม่น้ำกวาดัลกิเวียร์ได้อย่างชัดเจน และที่สำคัญคือสถานที่แห่งนี้เคยเป็นจุดที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส เข้าเฝ้ากษัตริย์เพื่อขอทุนสนับสนุนการเดินทางไปค้นพบทวีปอเมริกาเป็นครั้งแรก

    ได้เวลาอันสมควรนำท่าน นั่งรถไฟความเร็วสูง เป็นเส้นทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 45 นาที ถึง 2 ชั่วโมง (เทียบกับการขับรถที่ใช้เวลาเดินทางกว่า 4 ชั่วโมง) โดยมีผู้ให้บริการหลักอย่าง Renfe (AVE) ที่เน้นความพรีเมียมและตรงต่อเวลา รวมถึง Ouigo และ Iryo ที่มีขบวนรถทันสมัยและวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดถึง 300 กม./ชม. บนขบวนจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งปลั๊กไฟ Wi-Fi และตู้เสบียง ช่วยให้คุณชมทัศนียภาพของที่ราบสูงกัสติยาได้อย่างเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง *หมายเหตุรถไฟอาจมีการสลับเจ้าในการให้บริการ ขึ้นอยู่กับความแออัดของสถานการณ์การท่องเที่ยวและเวลาของเที่ยวรถไฟ ณ ช่วงนั้นๆ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิฯ ในการปรับเปลี่ยนโดยมิแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า โดยจะยังคงใช้การเดินทางโดยรถไฟความเร็วสูงเช่นเดิม*

    นำท่านนั่งรถไฟความเร็วสูงมุ่งหน้าสู่เมือง มาดริด (Madrid) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม. เมืองหลวงใจกลางสเปนที่รวบรวมความโอ่อ่าของราชวงศ์ ศิลปะระดับโลก และชีวิตยามค่ำคืนที่คึกคักเข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วย พระราชวังหลวง (Royal Palace) สวนสาธารณะ Retiro ที่ร่มรื่น และแหล่งรวมร้านอาหารทาปาสสุดอร่อย เป็นเมืองที่เที่ยวสนุก เดินทางสะดวก และเต็มไปด้วยพลังงานที่ทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายประวัติศาสตร์ไว้อย่างครบถ้วน

    ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารไทย (16)
    คืนที่ 6 พักที่ Novotel Campo De Las Naciones หรือระดับเทียบเท่า
    (โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)

  • Day : 8
    พิพิธภัณฑ์ปราโด - สวนเอลเรติโร - เมืองหลวงที่สาบสูญ - ประตูแห่งดวงอาทิตย์ - จัตุรัสมายอร์ - มาดริด

    เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (17)
    นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ปราโด (Prado Museum) คือคลังสมบัติทางศิลปะที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในกรุงมาดริด โดยเป็นแหล่งรวมผลงานชิ้นเอกของจิตกรระดับตำนานชาวสเปนอย่าง Velázquez และ Goya รวมถึงศิลปินยุโรปชื่อดังอีกมากมายครับ ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือภาพวาด “Las Meninas” ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะ ตัวอาคารมีความสง่างามสไตล์นีโอคลาสสิกและเก็บรักษาคอลเลกชันภาพเขียนของราชวงศ์สเปนไว้มากกว่า 8,000 ภาพ ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือนสมุดภาพประวัติศาสตร์ยุโรปที่มีชีวิต

    จากนั้นอิสระพักผ่อนเดินเล่น สวนเอลเรติโร (El Retiro Park) “ปอดสีเขียว” ขนาดใหญ่ใจกลางกรุงมาดริดที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ครับ อดีตเคยเป็นสวนส่วนพระองค์ของราชวงศ์สเปน แต่ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมที่เต็มไปด้วยแลนด์มาร์คสวยงาม เช่น พระราชวังแก้ว (Palacio de Cristal) ที่ทำจากเหล็กและกระจกทั้งหลัง และทะเลสาบจำลองขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพายเรือเล่นท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของแมกไม้และรูปปั้นประวัติศาสตร์

    จากนั้นเข้าชม พระราชวังหลวงกรุงมาดริด (Royal Palace of Madrid) เป็นพระราชวังที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตกและเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สง่างามที่สุดของสเปน ตัวอาคารสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรกและนีโอคลาสสิกที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยมีห้องหับมากกว่า 3,000 ห้องที่ตกแต่งอย่างหรูหราด้วยผลงานศิลปะของศิลปินระดับโลกอย่าง Goya และ Caravaggio รวมถึงเป็นที่เก็บสะสมเครื่องดนตรี Stradivarius และคลังแสงโบราณที่ประเมินค่าไม่ได้ แม้ปัจจุบันกษัตริย์สเปนจะไม่ได้ประทับที่นี่เป็นการถาวร แต่พระราชวังแห่งนี้ยังคงถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญทางราชการและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ราชวงศ์สเปน

    กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (18)

    เมื่อเดินทางถึงอิสระเดินเล่น ณ ประตูแห่งดวงอาทิตย์ (Puerta del Sol) คือจัตุรัสที่เป็นหัวใจสำคัญและคึกคักที่สุดในกรุงมาดริด โดยเป็นจุดตัดของถนนสายหลักหลายสายและเป็นที่ตั้งของ “กิโลเมตรที่ศูนย์” (Kilómetro Cero) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการวัดระยะทางถนนทั่วประเทศ จุดเด่นที่ไม่ควรพลาดคือรูปปั้น “หมีกับต้นแมดรอนโญ” อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง และอาคารที่ทำการไปรษณีย์เก่าที่มีหอระฆังชื่อดัง ซึ่งชาวสเปนจะมารวมตัวกันเพื่อนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่และกินองุ่น 12 ลูกตามธรรมเนียมที่นี่เสมอ และไม่ไกลกันนั้นถ่ายรูปเล่น ณ จัตุรัสมายอร์ (Plaza Mayor) จัตุรัสประวัติศาสตร์รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าใจกลางมาดริด ล้อมรอบด้วยอาคารสีแดงอิฐสถาปัตยกรรมบารอกอันเป็นเอกลักษณ์ครับ อดีตเคยเป็นลานเอนกประสงค์สำหรับงานสำคัญและสนามสู้วัวกระทิง แต่ปัจจุบันกลายเป็นแลนด์มาร์คยอดฮิตที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ใต้ซุ้มประตูโค้ง ซึ่งสะท้อนกลิ่นอายความรุ่งเรืองของสเปนในยุคเก่าได้ดีที่สุด

    ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารจีน (19)
    คืนที่ 7 พักที่ Novotel Campo De Las Naciones หรือระดับเทียบเท่า
    (โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)

  • Day : 9
    กรานเบีย - อิสระท่องเที่ยวช้อปปิ้งตามอัธยาศัย - สนามบินมาดริด

    เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (20)
    อิสระท่องเที่ยวและช้อปปิ้ง ณ กรานเบีย (Gran Via) เปรียบเสมือน “บรอดเวย์แห่งมาดริด” และเป็นถนนสายที่คึกคักและมีชื่อเสียงที่สุดในสเปน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะตึก Metropolis ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญ ถนนสายนี้คือศูนย์กลางของความบันเทิงและการช้อปปิ้งที่ไม่มีวันหลับใหล เต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม ห้างสรรพสินค้า โรงละครที่จัดแสดงละครเพลงระดับโลก บาร์ และร้านอาหารมากมาย ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องมาเช็กอินเพื่อสัมผัสเสน่ห์ของแสงสีและวิถีชีวิตแบบคนเมืองของมาดริด

    ไม่ไกลกันนั้นท่านสามารถเที่ยวชมถ่ายรูปกับ ประตูเมืองโบราณ (Puerta de Alcalá) ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางกรุงมาดริด ใกล้กับสวนสาธารณะเรตีโร (Retiro Park) โดยถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของสเปน ประตูนี้สร้างขึ้นในปี 1778 ตามพระราชโองการของพระเจ้าคาร์ลอสที่ 3 ในอดีตเคยเป็นเส้นทางหลักสำหรับผู้ที่เดินทางมาจากแคว้นอารากอนและกาตาลุญญา แต่ปัจจุบันกลายเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่สวยงามและเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่ใครมามาดริดก็ต้องแวะเช็คอิน และท่านยังสามารถหาอาหารรับประทานหรือของทานเล่น ณ Mercado de San Miguel เป็นตลาดเก่าแก่ใจกลางกรุงมาดริด ประเทศสเปน ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมโครงเหล็กและกระจกสุดคลาสสิกจากต้นศตวรรษที่ 20 โดยปัจจุบันได้เปลี่ยนจากตลาดสดแบบดั้งเดิมมาเป็น “สวรรค์ของเหล่านักกิน” (Gourmet Market) ที่รวบรวมวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมและอาหารสเปนยอดนิยมไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นทาปาส (Tapas) อาหารทะเลสดๆ แฮมอิเบริโก้ หรือไวน์ท้องถิ่น ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดนัดพบยอดนิยมของทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวัฒนธรรมการกินแบบสเปนท่ามกลางบรรยากาศที่คึกคักและหรูหรา
    กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

    ได้เวลาอันสมควรนำออกเดินทางสู่ สนามบินมาดริด ประเทศสเปน (MAD) เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำการ คืนภาษี (Tax Refund) และออกเดินทางไปยัง
    21.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ EK144 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

  • Day : 10
    สนามบินอิสตันบูล - สนามบินสุวรรณภูมิ

    07.40 น. เดินทางถึง สนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับอิมิเรตส์ (DXB) เพื่อรอต่อเครื่อง
    09.30 น. เดินทางต่อสู่เมือง ประเทศไทย โดยสายการบิน EMIRATES (EK) เที่ยวบินที่ TK372 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
    18.40 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

    สนใจจัดทัวร์กรุ๊ปเหมา หรือคณะดูงาน แบบมืออาชีพติดต่อเราได้ที่นี่ LINE OA : @tours2world https://lin.ee/ktnGCCsw

Home (13)
จองผ่านไลน์

ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

Pp 0431719391757

จันทร์ - ศุกร์

09.00 - 18.00 น.