เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.

เที่ยวแบบกรุ๊ปเหมาแอดเลย

Travel License : 11/06178

มหัศจรรย์ SCANDINAVIA เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ สวีเดน

  • รหัสทัวร์ BT-SNV01
  • ประเทศ นอร์เวย์, ฟินแลนด์, สวีเดน
  • กำหนดการเดินทาง25 ก.ค. 69 - 05 ส.ค. 69
  • จำนวนวัน 12วัน 9คืน
  • ราคาเริ่มต้น 219,999 บาท/ท่าน
  • เดินทางโดย Thai Airways Logo.svg

วันเดินทางและราคา

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว เด็กทารก จอยแลนด์ Group Size สถานะ
25 ก.ค. 69 - 05 ส.ค. 69 ฿ 219,999 - - ฿ 39,900 - - จองเลย

รายละเอียดโปรแกรม

  • Day : 1
    เช็คอิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ

    22.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินไทยแอร์เวย์ประตู 3 เคาน์เตอร์ D Thai Airwaysโดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

  • Day : 2
    ลานกระโดดสกี - ถนนคนเดินคาร์ลโจฮัน - สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ - โอเปร่าเฮ้าส์ออสโล - ท่าเรือสำราญ DFDS

    00.05 น. ออกเดินทาง (บินตรง) สู่ประเทศนอร์เวย์ เมืองออสโล โดยเที่ยวบินที่ TG954 บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
    **ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 50 นาที **
    07.25 น. เดินทางถึง สนามบินออสโล การ์เดอร์มอน ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ** เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทยประมาณ 5 ชั่วโมง **
    ถ่ายรูปกับ ลานกระโดดสกี (Ski Jumping Holmenkollenbakken) เป็นลานกระโดดสกีขนาดใหญ่ ที่สามารถบรรจุผู้ชมได้ถึง 30,000 คนเลย และยังได้รับรองมาตรฐานจาก สหพันธ์สกีนานาชาติ (FIS) เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันสกีในช่วงเทศกาล ซึ่งลานกระโดดสกีแห่งนี้ถูกใช้ในการแข่งขัน สกี (Holmenkollen Ski Festival) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1892 และในปี ค.ศ. 1980 ก็ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ที่ใช้แข่งขันสกีระดับโลก (FIS Ski Jumping World Cup) และ
    อิสระชอปปิ้ง ณ ถนนคนเดินคาร์ลโจฮัน (Karl Johan street) แหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดของนอร์เวย์ ตั้งอยู่กลางกรุงออสโล มีสินค้าทุกสิ่งอย่างให้ได้เลือกช้อป ของฝากของขวัญที่น่าซื้อก็คือ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ น้ำมันปลา เนยแข็งเทียนไข และของที่ระลึก เช่น เรือไวกิ้ง หรือตุ๊กตา Troll ตุ๊กตาพื้นบ้านของนอร์เวย์ เครื่องครัว พวงกุญแจ เป็นต้น สินค้าและ ของที่ระลึกต่างๆ ราคาค่อนข้างสูง เนื่องจาก นอร์เวย์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก แต่ก็ จะมีช่วงลดราคาสินค้าปีละ 2 ครั้ง ได้แก่ ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์และเดือนมิถุนายน – กรกฎาคมซึ่งจะลด 50-70 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

    กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารจีน

    จากนั้น ชม สวนประติมากรรมวิกเกอร์แลนด์ (Vigeland Sculpture Park) ตั้งอยู่ในเขตอุทยาน Frogner เป็นสวนประติมากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดดเด่นไปด้วยผลงานรูปแกะสลักหินและรูปหล่อสำริดจำนวนมากกว่า 200 ชิ้นงาน ที่น่าทึ่งคือ ผลงานทั้งหมดนั้นสรรสร้างโดยศิลปิน Gustav Vigeland เพียงคนเดียว แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของตัวศิลปินเป็นอย่างมาก โดยใช้เวลาในการสร้างรวม 22 ปีเลยทีเดียว

    ผ่านชม โอเปร่าเฮ้าส์ออสโล (Opera house Oslo) แลนด์มาร์คสำคัญ เป็นศูนย์วัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในนอร์เวย์ เป็นที่ตั้งของคณะอุปรากรและบัลเล่ต์ระดับชาติ อาคารรูปทรงเลขาคณิตที่สร้างจากกระจกและหินอ่อนขนาดใหญ่สไตล์โมเดิร์น มีดีไซน์อแปลกดุดตาไม่เหมือนกับที่อื่นในโลก ออกแบบให้ดูเหมือนธารน้ำแข็งยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำ และมีสะพานที่ลาดเอียงสีขาวโพลน

    15.30 น. ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ ท่าเรือสำราญ Go Nordic Cruiseline เพื่อทำการเช็คอิน DFDS ได้รับรางวัลเรือข้ามฟากชั้นนำของยุโรป Europe’s Leading Ferry Operator  ในงาน World Travel Awards ประจำปี 2024 DFDS ถือเป็นเรือสำราญอันโอ่อ่าขนาดใหญ่อันทันสมัยและสะดวกสบายกับสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆระหว่างทางบนเรือเฟอร์รี่ เช่น เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีบนเรือ ร้านอาหาร สปา การแสดงโชว์ และอื่นๆเป็นต้น (การนอนบนเรือกรุณาเตรียมกระเป๋าแยกชุดสำหรับค้าง 1 คืนเพื่อความสะดวกสบาย)

    17.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงโคเปนเฮเก้น ประเทศนเดนมาร์ก ให้ท่านอิสระพักผ่อน ทำกิจกรรมต่างๆ หรือชมวิว สัมผัสวัฒนธรรมที่แตกต่างกันของเดนมาร์กและนอร์เวย์
    19.30 น. บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารบุฟเฟต์บนเรือ เมนูซีฟู๊ดและอื่นๆอีกมากมาย
    ***โดยอาหารบุฟเฟต์ซีฟู๊ดทางเรือจะจัดเตรียมเมนูอาหารขึ้นอยู่แต่ละฤดูกาล***
    ที่พัก ท่าเรือสำราญ Go Nordic Cruiseline ห้องแบบมีหน้าต่างเตียงคู่ มองเห็นวิวทะเล ดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์ทะเลอันน่าทึ่งของแนวชายฝั่งสวีเดนและนอร์เวย์จากห้องโดยสารที่สะดวกสบายและคุ้มค่าที่สุดพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในเคบิน

  • Day : 3
    เมืองโคเปเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก - รูปปั้นนางเงือกน้อย - น้ำพุเกฟิออน - พระราชวังอามาเลียนบอร์ก - ท่าเรือนูฮาวน์ - ชอปปิ้ง ณ ถนนสตรอยก์

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือสำราญ
    เดินทางสู่ โคเปนเฮเกน (Copenhagen) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเดนมาร์ก และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย

    นำท่านชม รูปปั้นนางเงือกน้อย (The little mermaid) ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือริมอ่าวโคเปนเฮเกน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญแก่กรุงโคเปนเฮเกน โดย คาร์ล จาค็อบเซน บุตรชายของผู้ก่อตั้งบริษัทเบียร์คาร์ลสเบิร์ก ได้มีความประทับใจจากการดูบัลเล่ต์ เรื่อง The Little Mermaid ผลงานของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นอย่างมาก จึงว่าจ้างศิลปินชาวเดนมาร์กชื่อ เอ็ดวาร์ด อีริกเซน มาปั้นรูปเงือกน้อยนี้ โดยนำแบบใบหน้ามาจากนักเต้นบัลเลต์ชื่อ เอลเลน ไพรซ์ ส่วนร่างกายที่เป็นหญิงเปลือยนำแบบมาจากภรรยาของตัวเขาเองและที่นี่ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ

    น้ำพุเกฟิออน (Gefion fountain) รูปปั้นของเทพีนอร์ดิกเกฟิออนที่กำลังลากจูงวัวกระทิง 4 ตัว ที่มีความเชื่อว่า เทพีนอร์ดิกเกฟิออนทำการไถคราดเพื่อให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์คนั่นเอง ถ่ายรูปกับ พระราชวังอามาเลียนบอร์ก (Amalienborg palace) เป็นพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์ก ตั้งอยู่ริมน้ำทางเหนือของตัวเมืองโคเปนเฮเกนค่ะ สร้างขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่ 18 เพื่อเฉลิมฉลองวาระการครบรอบ 300 ปีของราชวงศ์โอลเดนบวร์ก และใช้เป็นที่พำนักของเหล่าราชวงศ์ 4 ครอบครัว

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

    เดินทางสู่ ท่าเรือนูฮาวน์ (Nyhavn) เป็นเขตท่าเรืออันเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของตัวเมือง ตามประวัติได้กล่าวไว้ว่า พระเจ้าเฟรเดอริกที่ 5 ทรงรับสั่งให้สร้างท่าเรือใกล้ๆ ตัวเมืองหลวง เพื่อให้สะดวกง่ายต่อการขนย้ายสินค้า และใช้เป็นท่าเรือพาณิชย์สำหรับเรือจากทั่วทุกมุมโลกมาเทียบท่า ในวันอากาศดีๆ สามารถเลือกทานอาหารชมบรรยากาศชิลๆ

    ให้ท่านได้ อิสระชอปปิ้ง ณ ถนนสตรอยก์ (Strøget) ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในโลก ร้านบนถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมืองนั้นเต็มไปด้วยแบรนด์ดังที่เราคุ้นเคยดี ตั้งแต่ Louis Vuitton ไปจน Urban Outfitter และ Zara ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาแล้วกี่เมืองกี่สาขา ก็ไม่สามารถหยุดขาตัวเองไม่ให้เดินเข้าไปซ้ำได้ แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือร้านของแบรนด์ดีไซเนอร์ท้องถิ่นชื่อดัง อย่าง Wood Wood, Stine Goya, Henrik Vibskov ที่ตั้งอยู่บริเวณนี้เช่นกัน

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
    ที่พัก Scandic Sydhavnen หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 4
    เบอเก้นท์ - เมืองเก่าบริกเกิน - มาร์เก็ตสแควร์ - วอส

    เช้า บริการอาหารเช้า แบบ Box set
    08.15 น. ออกเดินทาง สู่เมืองเบอร์เก้น โดยเที่ยวบินที่ SK2865
    09.40 น. เดินทางถึง เมืองเบอร์เก้น เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศรองลงมาจากกรุงออสโล ขึ้นชื่อว่าเป็น มรดกโลกกลางหุบเขาและสายน้ำ เนื่องมีหุบเขาล้อมรอบถึง 7 ลูก และมีท่าเรือใหญ่เป็นอันดับต้นๆของนอร์เวย์ จึงทำให้เป็นเมืองท่าที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์

    พาทุกท่านไปที่ สถานีรถราง Fløibanen เริ่มเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1918 มากกว่า 100 ปีแล้ว เก่าแก่มาก แต่ก็ได้มีการปรับปรุงตัวรถรางกับระบบขนส่งเองให้ดูมีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้นตามเวลาด้วย สถานีต้นทางไปด้านบนสุด มีความสูง 320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล รถรางจะออกจากใจกลางเมือง ทุกๆ 15 นาที จะเห็นวิว Mt. Floyen (ฟลอยัน) 1 ใน 7 หุบเขาที่ล้อมรอบเบอร์เกน และ มองลงไปเห็นทิวทัศน์ของเมืองและอ่าวท่าเรือเฟอร์รี่ เที่ยว

    ชม บริกเกิน (Bryggen Hanseatic Wharf) เป็นท่าเรือเก่าของเมืองเบอร์เกน ที่ UNESCO ได้ยกย่องให้เป็นมรดกโลก ด้วยหลักฐานแสดงความสำคัญของเมืองในฐานะส่วนหนึ่งของจักรวรรดิการค้าของสันนิบาตฮันเซียติก ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16 เคยเกิดเพลิงไหม้เผาทำลายบ้านไม้อันสวยงามของบริกเกินมาแล้วหลายครั้ง ที่นี้มีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายของฝาก รวมถึงจุดถ่ายรูปต่างๆ เช่น รูปปั้น Troll แถว Troll Forest Park จากนั้นนั่งรถลางกลับสู่สถานีด้านล่าง

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

    นำท่านเดินเดินทางสู่ เมืองวอส (Voss) เมืองตากอากาศยอดนิยมของประเทศ และยังเป็น หนึ่งในสถานที่ทางประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและนอร์เวย์ ชม โรงแรม Fleischer’s Hotel ตั้งอยู่ ใกล้กับทะเลสาบ Lake Vangsvatnet ที่ติดกับสถานีรถไฟสถานีวอส โรงแรมเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1864 มีอายุกว่า 150 ปี โดยคนในตระกูล Fleischer สืบต่อกันมาได้กว่า 5 รุ่นชั่วคนแล้ว ไม่ได้เปลี่ยนมือให้เจ้าของอื่นคนนอก

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    ที่พัก Scandic Voss หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 5
    นั่งรถไฟสายโรแมนติกฟลอมสบานา - เมืองฟลอม - ล่องเรือชมซองน์ฟยอร์ด - เบอร์เก้น

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    พาท่าน นั่งรถไฟสายโรแมนติกสายฟลอมสบานา (Flamsbana The Flam Railway) หนึ่งในเส้นทางรถไฟสายสวยงามและมีความสูงชันที่สุดในโลก รถไฟเริ่มต้นจาก สถานีวอส (Voss station) ระหว่างทางทุกท่านจะได้ชมปรากฏการณ์ทางธรรมชาติฟยอร์ด อันเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง เส้นทางรถไฟจะผ่านอุโมงค์, ลอดภูเขา, สะพานข้ามหุบเขาและแม่น้ำ รถไฟจะจอดให้ท่านได้ถ่ายภาพกับ น้ำตก Kjosfossen ที่งดงามตลอดฤดูใบไม้ผลิจนถึงฤดูร้อน ตลอดจนภูมิทัศน์อันงดงามของฟยอร์ดที่มีอยู่มากมาย เปลี่ยนขบวนที่ สถานีมีร์ดาล (Myrdal station) เป็นศูนย์กลางของรถไฟสายโรแมนติก ตั้งอยู่บนความสูง 857 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลใกล้กับฟยอร์ด Aurland ที่มีภูมิทัศน์งดงามสุดสายตา จนถึงปลายทางที่ สถานีฟลอม (Flam station)

    กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    เดินทางจากเมืองกอล ไปยัง ท่าเรือเมืองฟลอม (Flam port) นำท่าน ล่องเรือชมซองน์ฟยอร์ด (Sognefjord cruise) ที่สวยงามที่สุดในนอร์เวย์ มีความยาวถึง 204 กม. จากทะเลเข้ามาในแผ่นดิน โดยเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากการกัดเซาะแผ่นดินของธารน้ำแข็งเมื่อหลายล้านปีก่อน ระหว่างทางจะได้พบกับหมู่บ้านเล็กๆ หลายหมู่บ้าน ด้านข้างมีภูเขา จะมีน้ำตกเล็กๆที่ไหลมาจากหน้าผาให้เราเห็นเรื่อยๆ โดยเรือจะเริ่มออกจากเมืองฟลอม (Flam port) ไปถึงท่ากู๊ดวาเก้น (Gudvangen port) ใช้ระยะเวลาล่องเรือประมาณ 2 ชม.

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารจีน
    ที่พัก Grand Hotel Terminus หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 6
    สนามบินเบอร์เกน - สนามบินออสโล - สนามบินอัลต้า - เมืองฮอนนิงสโวก - ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป

    เช้า บริการอาหารเช้าแบบ BOX SET
    07.00 น. เดินทางถึง สนามบินเบอร์เกน (BGO) เพื่อทำการเช็คอิน
    09.55 น. ออกเดินทางจาก สนามบินเบอร์เกน โดยสายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ (SK) เที่ยวบินที่ SK260
    10.45 น. เดินทางถึง สนามบินออสโล (OSL) แวะพักรอต่อเครื่อง
    กลางวัน อิสระอาหารกลางวันภายในสนามบิน
    13.00 น. จากนั้นเดินทางต่อสู่ สนามบินอัลต้า (ALF) เที่ยวบินที่ SK4546

    14.55 น. เดินทางถึง สนามบินอัลต้า ประเทศนอร์เวย์
    เดินทางสู่ เมืองฮอนนิงสโวก (Honningsvåg) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศเหนือที่สุดของประเทศนอร์เวย์ จัดตั้งเป็นเมืองขึ้นเมื่อปี 2539 มีพื้นที่ 1.07 ตารางกิโลเมตร มีจำนวนประชากร 2,415 คน
    จากนั้น ให้ท่านได้เช็คอินเข้าสู่โรงแรมที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัย
    ที่พัก Scandic Nordkapp หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)
    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    20.00 น. เดินทางสู่ ศูนย์นิทรรศการนอร์ธเคป (North Cape Hall) มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับการสำรวจระบบนิเวศของภูมิภาคและของนอร์ธเคปซึ่งเป็นจุดหมายสำหรับนักเดินทางนอร์ธเคปมีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านทัศนียภาพอันงดงามของมหาสมุทรแปซิฟิก ปรากฏการณ์ธรรมชาติ

    คนไทยกลุ่มแรกที่ได้ชมปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และคณะ เมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ในปี 2450 (ค.ศ. 1907) ระหว่างที่พระองค์ได้เสด็จฯ ด้วยเรือพระที่นั่งไปยังแหลมเหนือหรือ North Cape (Nordkapp) ประเทศนอร์เวย์ ในคืนวันที่ 10 กรกฎาคม โดยในพระราชนิพนธ์ไกลบ้านได้ระบุหลักฐานดังกล่าวไว้ว่า “ที่ซึ่งได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์เวลาสองยามนี้เรียกว่าตำบลเกาะดารเออ ละติจูด 69 ดีกรี 5 มินิตเหนือ ลองจิจูด 17 ดีกรี 35 มินิตตะวันออก รู้สึกปลื้มใจเต็มที คล้ายกับเห็นสุริยุปราคา น่าประโคมแลแจกเงิน” โดยพระองค์ได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธย จปร. และปี ค.ศ. 1907 ไว้เป็นที่ระลึกบนก้อนหินด้วย

  • Day : 7
    จับปูจักรพรรดิ - เมืองอินาริ

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    จากนั้น สุดพิเศษนำท่านลงเรือ SPEED BOAT ไป จับปูจักรพรรดิ (King crab) หรือ คิงแครบ เป็นวงศ์ปูชนิดหนึ่ง มักพบในเขตน้ำเย็น เนื่องจากมีขนาดตัวที่ใหญ่และเนื้อมาก ประกอบกับมีรสชาติดี ทำให้ผู้คนนิยมรับประทาน จึงมีราคาค่อนข้างสูงกลางวัน บริการอาหารกลางวัน เมนูขาปูยักษ์
    **รูปภาพเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ชนิดของปูจะขึ้นอยู่กับวันที่จับได้ในวันนั้นๆ**

    จากนั้นเดินทางสู่ เมืองอินาริ (Inari) ระยะทาง 353 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง ชายแดนของนอร์เวย์และรัสเซีย เป็นเมืองที่มีธรรมชาติบริสุทธิ์ที่กว้างขวาง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดในแลปแลนด์ อินาริมีเทือกเขามากกว่า 100 แห่ง มีทะเลสาบมากกว่า 10,000 แห่ง ทะเลสาบอินาริเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศฟินแลนด์ มีความยาวประมาณ 100 กม. และทะเลสาบอินาริมีเกาะมากกว่า 3300 เกาะ

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    ที่พัก Inari Hotel หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 8
    Siida Sámi Museum - เมืองโรวาเนียมิ - หมู่บ้านซานต้าครอส - สนามบินโรวาเนียมิ - สนามบินเฮลซิงกิวันตา

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    จากนั้นพาทุกท่านไปยัง Siida Sámi Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่บนทะเลสาบ Inari ในหมู่บ้าน Inari เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Sámi และศูนย์ธรรมชาติ Lapland Northern Laplace Siida จัดนิทรรศการเกี่ยวกับวัฒนธรรม Sámi และธรรมชาติ และยังมีร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์หัตถกรรมท้องถิ่น สามารถซื้อเป็นของที่ระลึกที่ไม่สามารถหาจากที่อื่นได้

    กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น

    เดินทางต่อไป เมืองโรวาเนียมิ (Rovaniemi) 326 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง นั้นเป็นเมืองที่อยู่ทางตอนเหนือของฟินเเลนด์ ในเขตแลปแลนด์ เเละเป็นเมืองที่มีความสำคัญในระดับตำนานที่เด็กๆ ทั่วโลกต่างรับรู้กันเป็นอย่างดี เพราะที่นี่นับว่าเป็นบ้านของซานตาคลอส จึงไม่น่าเเปลกใจว่าที่นี่จะเป็นอีกเมืองที่น่ามาท่องเที่ยวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

    จากนั้น ชม หมู่บ้านซานต้าครอส (Santa Claus Village) ดินแดนตอนเหนือของประเทศฟินแลนด์ ตั้งอยู่บนเส้น Arctic ภายในหมู่บ้านมีพิพิธภัณฑ์ของเล่นเล็กๆ ร้านอาหาร ที่พัก ร้านขายของที่ระลึก ปัจจุบัน หมู่บ้านซานตาคลอสแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก สามารถมาเจอคุณลุงซานต้าตัวเป็นๆ ได้ตลอดปีและเมืองนี้ตั้งอยู่บริเวณเส้น Arctic พอดิบพอดี ซึ่งเหนือเส้นนี้ขึ้นไปก็จะนับเป็นเข 9 ขั้วโลกเหนือแล้ว ฉะนั้นกิจกรรมยอดนิยมของคนที่มาเมืองนี้ก็คือการถ่ายรูปกับเส้น Arctic นี่เอง โดนเขาจะมีสัญลักษณ์แสดงชัดเจน ทั้งเสาและเส้นแบ่งเขต ท่านจะได้รับใบประกาศที่แสดงว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้ข้ามเขต Arctic

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารจีน

    นำทุกท่านเดินทางสู่ สนามบินโรวาเนียมิ (RVN)
    21.00 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินเฮลซิงกิวันตา  โดยสายการบินฟินแอร์ (AY)  เที่ยวบินที่ AY538
    22.50 น. เดินทางถึง สนามบินเฮลซิงกิวันตา (HEL) ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
    ที่พัก Hotel Scandic Helsinki Aviapolis หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 9
    โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ - จัตุรัสเซเนท - ตลาดปลาเฮลซิงกิ - ถนน ALEKSANTERINKATU - ท่าเรือสำราญ SILJA LINE

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    โบสถ์เทมเปลิโอคิโอ หรือ โบสถ์หิน (Rock Church) เป็นโบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแปลกกว่าที่อื่น โดยแต่ เดิมพื้นที่ของโบสถ์นี้เป็นเนินเขา และผู้ออกแบบได้ใช้วิธีสร้างโบสถ์ที่น่าสนใจ คือระเบิดเนินหินตรงกลาง เพื่อสร้าง โบสถ์ในนั้น โบสถ์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น โบสถ์แห่งความรัก และมีความเชื่อว่าเมื่อใครก็ตามจุดเทียน อธิฐานเรื่องเกี่ยวกับความรักในโบสถ์นี้แล้วจะสมหวังในสิ่งที่อธิษฐาน คนฟินแลนด์มีความเชื่อเรื่องนี้ เนื่องจากโบสถ์นี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2511 และเสร็จเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของปีถัดไป

    เดินทางสู่ จัตุรัสเซเนท (Senate Square) ถ่ายภาพอาคารที่น่าตื่นตาตื่นใจรอบๆ จัตุรัสขนาดใหญ่แห่งนี้ ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมของการเมือง ศาสนาและวิทยาศาสตร์ในเมืองนี้ จัตุรัสขนาดใหญ่เป็นการอุทิศให้กับการออกแบบสไตล์นีโอคลาสสิกสมัยศตวรรษที่ 19 ด้านหน้าโบสถ์มีรูปปั้นพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 2 ที่บริเวณนั้น หอสมุดแห่งชาติเฮลซิงกิ (Helsinki Central library) หน้าอาคารภายนอกสีเหลือง เสาสีขาวและโถงกลมตรงกลาง ในมุมตะวันออกเฉียงใต้ของจัตุรัสคือบ้านของเซเดร์โฮล์ม ซึ่งเป็นอาคารหินที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง

    เดินทางสู่ ตลาดปลาเฮลซิงกิ (Helsinki Fish Market) เป็นแหล่งรวมอาหารทะเลสดๆ อาณาจักรแหล่งอาหารสดใหม่ทั้งของทะเล ที่พลาดไม่ได้เลยคือปลาแซลมอนที่มีความสดมาก ให้เลือกหลายอย่าง

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
    ให้ท่านได้อิสระช้อปปิ้งถนน ALEKSANTERINKATU ถนนสายที่สำคัญ เป็นถนนที่มีความยาวที่สุดของเมือง ทั้งสองฝั่งถนนนั้นเต็มไปด้วยร้านค้าขายของแบรนด์ดังต่างๆ และร้านอาหารอีกมากมายที่ดึงดูดผู้คนเป็นจำนวนมาก Aleksanterinkatu นับเป็นถนนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเลย
    15.30 น. ได้เวลาอันสมควรเดินทางสู่ ท่าเรือสำราญ Helsinki port เพื่อเช็คอิน Silja Line เรือสำราญข้ามคืนฟินแลนด์และสวีเดน เป็นบริษัทเรือสําราญและขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในทะเลบอลติก
    (การนอนบนเรือกรุณาเตรียมกระเป๋าแยกชุดสำหรับค้าง 1 คืนเพื่อความสะดวกสบาย)
    17.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าปลอดภาษีบนเรือมากมาย ร้านอาหาร สปา การแสดงโชว์ และอื่นๆ
    19.30 น. รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารบุฟเฟต์บนเรือ เมนูซีฟู๊ดเครื่องดื่มเช่น เบียร์ ไวน์ และอื่นๆ
    ที่พัก Hotel Tallink Silja ferry ห้องแบบมีหน้าต่างเตียงคู่ มองเห็นวิวทะเล เพลิดเพลินกับการล่องเรือข้ามฟากข้ามคืนและกับการเดินทางข้ามทะเลบอลติกระหว่างเฮลซิงกิและสตอกโฮล์ม

  • Day : 10
    กรุงสต็อกโฮล์ม - ศาลาว่าการเมืองสตอกโฮล์ม - สถานีรถไฟใต้ดินกรุงสตอกโฮล์ม - Stadshuskällaren - แกมล่าสแตน - ถ่ายรูปกับพระราชวังหลวง - มงกุฎสีทอง บนสะพาน Skeppsholmen Bridge - พิพิธภัณฑ์เรือวาซา

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารบนเรือสำราญ
    09.30 น. เดินทางถึงท่าเรือ ณ กรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) ประเทศสวีเดน นำท่านชม ศาลาว่าการเมืองสตอกโฮล์ม (Stockholm City Hall) ศาลาว่าการ เมืองสตอกโฮล์ม ใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสวีเดน คือ Ragnar Ostberg สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911 และทุกๆ วันที่ 10 ของเดือนธันวาคมของทุกปี จะมีพิธีเลี้ยงรับรองผู้ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize)

    เดินทางสู่สถานีรถไฟใต้ดินที่สวยที่สุดในโลกกรุงสตอกโฮล์ม (Stockholm Metro) เสมือนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะใต้ดินที่ใหญ่ และยาวที่สุดในโลก เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1950 ปัจจุบันมีจำนวน 100 สถานี โดยเป็นสถานีใต้ดิน 47 สถานี และยกระดับ 53 สถานี มีจำนวน 10 เส้นทาง จัดเป็นกลุ่มสาย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มสายสีน้ำเงิน แดง และเขียว มีระยะทางยาวกว่า 110 กิโลเมตรเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละสถานี จะมีความเป็นเอกลักษณ์ มีธีมโดยเฉพาะ ตกแต่งด้วยสีสันสดใส ลวดลายสวยงาม ทั้งสวย ทั้งน่าตื่นตาตื่นใจ ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินกว่า 150 คน

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

    อิสระชอปปิ้งย่าน แกมล่าสแตน Gamla Stan Area หรือ Old Town เป็นย่านเมืองเก่าที่อยู่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นอีกที่หนึ่งที่ผู้มาเยือน Stockholm ก็มักจะแวะมา “Gamla Stan” ในภาษาสวีเดน แปลว่า เมืองเก่า ที่นี่มีมาตั้งแต่สมัยเริ่มก่อตั้งเมืองสตอกโฮล์ม เป็นส่วนที่เก่าแก่และล้ำค่าทางประวัติศาสตร์มากที่สุดในเมืองเลยทีเดียวผสมผสานกับความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว แวะถ่ายรูปกับพระราชวังหลวง Royal Palace บริเวณแถบพระราชวัง มีตรอกซอกซอยต่าง ๆ เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านของขายที่ระลึก ถ่ายภาพรูปกับมงกุฎสีทอง บนสะพาน Skeppsholmen Bridge เป็นสะพานใจกลางเมืองหลวงกรุงสตอกโฮล์ม โดยเชื่อมต่อจาก Blasieholmen มายังเกาะ Skeppsholmen ตัวสะพานนั้นมีความยาว 165 เมตร และกว้าง 9.5 เมตร มงกุฎสีทองมักจะเห็นในโปสการ์ดของสวีเดน เป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึก โดยมีภาพเมืองเก่าปรากฏเป็นฉากหลัง

    จากนั้น ชม พิพิธภัณฑ์เรือวาซา (Vasa Museum) เป็นเรือที่ถูกกู้ขึ้นมาในศตวรรษที่ 17 เนื่องจากสามารถรักษาชิ้นส่วนเดิมของเรือไว้ได้กว่า 95 เปอร์เซ็นต์และตกแต่งประดับประดาด้วยรูปแกะสลักนับร้อยชิ้น เรือ Vasa เป็นทรัพย์สมบัติทางศิลปะที่โดดเด่นและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เรือลำนี้ถูกจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงเรือลำนี้ในเมืองสตอกโฮล์ม ยังมีภาพยนตร์เกี่ยวกับเรือวาซาซึ่งคุณสามารถรับชมได้ 16 ภาษา

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    ที่พัก Quality Hotel Globe หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 11
    ท่าอากาศยานสตอกโฮล์มอาร์ลันดา

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางเข้าสู่ สนามบินสต็อกโฮล์ม-อาร์ลันดา (ARN) เพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ มีเวลาให้ท่านได้ทำ TAX REFUND คืนภาษีก่อนการเช็คอิน
    13.50 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย (TG) เที่ยวบินที่ TG 961
    บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง 50 นาที **

  • Day : 12
    สนามบินสุวรรณภูมิ - กรุงเทพ

    05.50 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

Home (13)
จองผ่านไลน์

ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

Pp 0431719391757

จันทร์ - ศุกร์

09.00 - 18.00 น.