จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.
หน้าแรก / ทัวร์ทั้งหมด / สองเราขุนเขาและสายลม เสน่ห์ธิเบตน้อยกลางอ้อมกอดหิมาลัย
| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ | เด็กมีเตียง | เด็กไม่มีเตียง | พักเดี่ยว | เด็กทารก | จอยแลนด์ | Group Size | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 30 เม.ย. 69 - 06 พ.ค. 69 | ฿ 37,900 | - | - | ฿ 7,500 | - | - | จองเลย | |
| 28 พ.ค. 69 - 03 มิ.ย. 69 | ฿ 37,900 | - | - | ฿ 7,500 | - | - | จองเลย | |
| 23 ก.ค. 69 - 29 ก.ค. 69 | ฿ 41,500 | - | - | ฿ 8,500 | - | - | จองเลย | |
| 07 ต.ค. 69 - 13 ต.ค. 69 | ฿ 42,500 | - | - | ฿ 8,500 | - | - | จองเลย |
19.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์เช็คอิน สายการบินแอร์อินเดีย (AIR INDIA ) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับ อำนวยความสะดวกตลอดขั้นตอนการเช็คอิน และหัวหน้าทัวร์ให้คำแนะนำเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง เอกสารวีซ่าการเข้าประเทศอินเดีย และเมืองเลห์
22.25 น. เหินฟ้าสู่นครเดลี โดย สายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI2303
01.40 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติอินทิราคานธี นครเดลี เวลาช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชม. หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว รับกระเป๋าสัมภาระ
จากนั้นนำท่านเชคอิน สัมภาระ สายการบินภายในประเทศ AIR INDIA
04.55 น. นำท่านลัดฟ้าสู่ เมืองเลห์ โดยสายการบิน แอร์ อินเดีย เที่ยวบินที่ AI2479
06.20 น. เดินทางถึงสนามบิน Kushok Bakula Rimpochee Airport
นำท่านเดินทางไปยังโรงแรมที่พัก ในตัวเมืองเลห์ ระยะทางประมาณ 3-4 กม. Leh เป็นเมืองหลวงของแคว้น Ladakh เขตปกครองพิเศษ ประเทศอินเดีย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3,500 เมตร ล้อมรอบด้วยเทือกเขาหิมาลัยอันตระการตา เมื่อถึงโรงแรมมีเครื่องดื่มต้อนรับเป็นน้ำสมุนไพรอุ่นๆ ของชาวเลห์ จากนั้นเข้าพัก แนะนำท่านพักผ่อนนอนปรับร่างกายในท่าราบ เพื่อปรับสภาพในระดับความสูงของพื้นที่เมือง
ที่พัก Hotel Yak Tails / Hotel Northern Singge / Hotel The Leh หรือระดับเทียบเท่า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่1)
ช่วงเย็น นำท่าน เดินเลือกซื้อ เสื้อผ้า และอุปกรณ์กันหนาวเพิ่มเติม ราคาถูก ในตลาดพื้นเมืองใจกลางเมืองเลห์ มีร้านหนังสือ โปสการ์ด และของฝาก แฮนเมด มากมายให้ท่านได้เดินเลือกซื้อ และเพื่อปรับสภาพร่างกาย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 2) จากนั้นพักผ่อน ตามอัธยาศัย
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 3)
ออกสำรวจเส้นทางสุดโรแมนติคและอัศจรรย์ แมกเนติก ฮิลล์ (Magnetic Hill) เนินพิศวง ที่ปล่อยรถให้ไหลก็ไปได้ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่งใดๆ พร้อมวิวสุดอลังการ ภูเขาใหญ่สุดลูกหูลูกตา ลงอิสระเวลาท่านถ่ายรูป ถนนสุดคลู
จากนั้นชมความสวยงามของจุดบรรจบแม่น้ำสองสาย สองสี (Confluence of the Zanskar and Indus River) ซึ่งเป็นแม่น้ำสองสายที่สำคัญคือ แม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ ซึ่งเหมือนแม่น้ำสายหล่อเลี้ยงชาวเมืองลาดักห์ไหลมาบรรจบกัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ร้านอาหารพื้นเมือง (มื้อที่ 4)
จากนั้นนำคณะออกเดินทางไปเยี่ยมชมภาพวาดอายุ100ปีของ วัดอัลชิ (Alchi Monastery) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ 70 กม สถานที่นี้ถือว่ามีความสำคัญต่อทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู เนื่องจากที่นี่มีศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างอินเดียและทิเบต เชื่อกันว่าอารามแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 โดยนักแปลผู้ยิ่งใหญ่ Rinchen Zangpo ผู้ซึ่งนำศาสนาพุทธมาสู่ลาดักห์
จากนั้นนำท่าน ไปยัง Shanti Stupa หรือเจดีย์สันติภาพ เป็นเจดีย์สีขาวทรงโดมตั้งอยู่บนเนินเขาใกล้หมู่บ้าน Changspa ในเมือง Leh เมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นเจดีย์สันติภาพ สร้างโดยชาวญี่ปุ่นและมีพิธีเปิดโดยองค์ดาไลลามะ เมื่อค.ศ. 1985 ที่นี่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและเป็นการฉลองครบรอบ 2,500 ปี ของศาสนาพุทธ Shanti Stupa งดงามท่ามกลางธงมนต์ ช่วงเวลาพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ที่ห้องอาหาร (มื้อที่ 5)
ที่พัก Hotel Yak Tails / Hotel Northern Singge / Hotel The Leh หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 6)
จากนั้น เช็คเอ้าท์ สัมภาระ นำท่านเดินทางสู่หุบเขา นูบร้าวัลเลย์ แห่งพันธ์ไม้ หมู่บ้านดั้งเดิมของชาวลาดัค ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง ระหว่างทางสัมผัสความยิ่งใหญ่ของวิวเทือกเขาคาราโครัมแลเทือกเขาหิมาลัยที่โอบล้อมเมืองลาดักห์ เทือกเขานี้เป็นเขตแดนตามธรรมชาติกั้นอินเดียกับปากีสถาน ส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นลาดักห์ ห่างจากเมืองหลักอย่างเลห์ 120 กิโลเมตร มีเมืองศูนย์กลางคือดิสเก็ต ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวดั้งเดิมของชาวลาดัค
เดินทางบนเส้นทาง Khar Dung La Pass หนึ่งในถนนที่สูงที่สุดในโลก ชมวิวเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางประวัติศาสตร์ อีกหนึ่งไฮไลท์ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวอินเดีย ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 18380 ฟุต หรือ 5602 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เลยทำให้ที่นี่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี พื้นที่ที่มีอากาศหนาวและมีหิมะตกตลอดทั้งปี ถนนสายนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 1976 และเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ ในช่วงต้นปี 1988
**โดยปกติเส้นทางนี้ เป็นการไต่ระดับขึ้นความสูง ซึ่งร่างกายสามารถปรับสภาพได้ที่ละน้อยบนความสูง หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการหายใจ ในรถมีบริการออกซิเจนฟรีท่านละ 1 กระป๋อง และถ้าท่านต้องการซื้อเพิ่ม ชำระได้ที่หัวหน้าทัวร์ กระป๋องละ 500 บาท **
นำท่านเข้าวัดพุทธมหายาน แห่งนูบร้า วัดดิสกิต (Diskit Monastery หรือ Diskit Gompa) เป็นวัดที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในหุบเขานูบรา, ลาดักห์ โดยนับถือนิกายเกลุกปะหรือพุทธวัชรยาน กราบขอพร พระศรีอริยเมตตรัยประทับนั่งห้อยพระบาทบนฐานองค์ใหญ่ มีระเบียงกว้างชมวิว. 360 องศา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่7)
จากนั้น นำท่านสัมผัสบรรยากาศการขี่อูฐในทะเลทรายที่สูงที่สุด โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาหิมาลัย เนินทรายเหล่านี้ดึงดูดผู้เข้าชมนับร้อย ด้วยภาพเขาเรียงซ้อนเป็นทิวแถวสวยงาม ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะ สลับกับเนินเขาสีดำ ใช้เวลาที่ประมาณ 40 นาที ในบริเวณ ฮุนเดอร์ แซนด์ ดูนส์ (Hunder Sand Dunes) เป็นทะเลทรายสีขาวที่ตั้งอยู่บนระดับความสูงประมาณ 4,000 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งนับเป็นหนึ่งในทะเลทรายที่สูงที่สุดในโลก หนึ่งในจุดเช็คอินยอดนิยม (รวมค่าบริการในค่าทัวร์)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 8)
ที่พัก Grand Nubra Valley Resort / Hotel Nubra eco Village หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 9)
เชคเอ้าท์สัมภาระ นั่งรถต่อไปยังทะเลสาบ Pangong ประมาณ 180 กม. ทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลกที่ความสูง 4,225 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นเส้นทางที่ผ่านหมูบ้านอันสงบ Khalsar ไปถึงที่ Agyam Village ข้ามแม่น้ำ Shayok คุณสามารถมองเห็น ล่อป่า ม้า จามรี ฝูงนก รวมถึงอาจเห็นน้องมามอส แสนน่ารักของลาดักห์ระหว่างการเดินทาง หลังจากนั้นขับรถต่อหมู่บ้านในภูมิภาค Changthang
กลางวัน บริการอาหารกลางวันที่ห้องอาหารระหว่างทาง (มื้อที่10)
เต็มอิ่มกับวิว “ทะเลสาบปันกอง- แปงกอง- พันกอง” ล้วนเป็นชื่อที่ผู้คนกล่าวขาน ที่นี้สวยสมกับที่การเดินทางมาเยือนโดยต้องนั่งรถเวียนรอบเขา ผ่านแม่น้ำหลายสายผ่านวิวล้านแปด ท่านจะได้ชมความมหัศจรรย์ ของทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก พื้นกินอาณาบริเวณสุดลูกหูลูกตา แนวเขาด้านหลังทะเลสาบ คือแนวเทือกเขาหิมาลัย ชายแดนธรรมชาติประเทศจีนและอินเดีย
ค่ำ ทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 11)
ที่พัก Misty Hills Cabins / Pangong Sama Resort Pangong หรือเทียบเท่า
เช้า รับประทานอาหารเช้า (มื้อที่ 12)
เช็คเอ้าท์ สัมภาระ ออกเดินทางกลับเมืองเลห์ นั่งรถประมาณ 5 ชั่วโมง
ผ่านเส้นทางที่สวย Chang la pas เป็นเส้นทาง motorable ที่สูงเป็นอันดับสองของโลก รองจาก Khadung la pass สูงจากระดับนำ้ทะเล 4350 เมตร เป็นเส้นทางเชื่อมระหว่าง เมือง Leh กับ ทะเลสาบ Pangong เส้นทางปกคลุมไปด้วยหิมะ อากาศเบาบาง เราจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงาม ท่ามกลางภูเขาสูง ระหว่างมีจุดพักรถ ร้านอาหารและร้านกาแฟได้เพลิดเพลิน เก็บภาพบรรยากาศ ก่อนกลับถึงเมืองเลห์
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน (มื้อที่ 13)
ถึงเมืองเลห์ นำท่านชมพระราชวังเชย์ Shey Palace สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal เพื่อระลึกถึงผู้เป็นพระบิดา Singge Namgyal กำแพงพระราชวังถูกฉาบด้วยทองคำผสมทองแดง ก่อสร้างเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์แห่งลาดักห์ ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี จากนั้นชมวัดธิกเชย์ ของนิกายเกลุก ตั้งอยู่บนยอดเขาในชิกเจ ราว 19 กม. ทางตะวันออกของเลห์ ในลาดัก มีการแบ่งอาคารส่วนหนึ่งเฉพาะสำหรับภิกษุณีอารามชิกเจตั้งอยู่ที่ความสูง 3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล หมู่อาคารของรรามมีความสูงสูงสุดที่ 12 ชั้น เป็นสถานที่สำคัญหนึ่งในเกินปาคือวัดพระศรีอริยเมตไตรย สร้างขึ้นเพื่อรับเสด็จองค์ทะไลลามะที่ 14 ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระศรีอารย์ความสูง 15 เมตร (49 ฟุต) หรือเทียบเท่าตึกสองชั้นที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ต่อด้วยวัดที่อารามที่ใหญ่ที่สุดและร่ำรวยที่สุดในลาดักห์อย่าง วัด Hemis วัดธิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีเป็นวัดที่ใหญ่และรวยที่สุดในลาดัค มีวัตถุโบราณที่เก็บรักษาไว้ได้ ถึงแม้ลาดัคจะผ่านสงครามมามาก แต่เพราะวัดเฮมิสอยู่ในหุบเขาลึกลับในทำเลลับตา สามารถซ่อนตัวจากผู้ประสงค์ร้ายได้เป็นอย่างดี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ (มื้อที่ 14)
ที่พัก Hotel Yak Tails / Hotel Northern Singge / Hotel The Leh หรือเทียบเท่า
เช้า บริการอาหารเช้า (มื้อที่ 15)
เช็คเอ้าท์ สัมภาระสู่สนามบินภายในประเทศ Kushok Bakula Rimpochee Airport เมืองเลห์ บริการเชคทรูกระเป๋าสัมภาระ (รับกระเป๋าใบใหญ่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ)
09.35 น ออกเดินทาง เหินฟ้าสู่สนามบิน เดลี โดยสายการบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI446
10.55 น. ถึงสนามบินเมืองเดลี จากนั้นนำท่าน ผ่านขั้นตอนการตรวจคนออกเมือง ตรวจเชคสัมภาระที่ท่านนำติดตัวถือขึ้นเครื่อง เรียบร้อยแล้วนำท่านเดินทางไปยังเกตประตูรอขึ้นเครื่อง (หัวหน้าทัวร์แจ้งให้ทราบอีกครั้ง)
14.30 น. ออกเดินทางกลับประเทศไทย โดยสายการบินแอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 2304
20.25 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
สนใจจัดทัวร์กรุ๊ปเหมา หรือคณะดูงาน แบบมืออาชีพติดต่อเราได้ที่นี่ LINE OA : @tours2world https://lin.ee/ktnGCCsw