เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.

เที่ยวแบบกรุ๊ปเหมาแอดเลย

Travel License : 11/06178

หลุดเข้าไปในยุคหิน! ‘Matera’ เมืองถ้ำโบราณ 9,000 ปี พิกัดลับสุดโรแมนติกแห่งอิตาลีใต้

เวลาเรานึกถึง “อิตาลี” ภาพในหัวของใครหลายคนคงเป็นหอเอนปิซ่า เรือกอนโดลาที่เวนิส หรือโคลอสเซียมอันยิ่งใหญ่ในกรุงโรม… แต่รู้ไหมว่า ทางตอนใต้ของอิตาลี มีเมืองลับแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ เมืองที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสู่อดีตหลายพันปี และมอบประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใครในโลก

เมืองนั้นมีชื่อว่า “มาเตรา” (Matera) เมืองถ้ำโบราณที่มีชีวิต และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรปักหมุดที่นี่ไว้ใน Bucket List ครั้งต่อไป!

Image

จาก ‘ความอัปยศ’ สู่ ‘มรดกโลกสุดโรแมนติก’

Matera ตั้งอยู่ในภูมิภาคบาซีลีคาตา (Basilicata) ทางตอนใต้ของอิตาลี ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีมนุษย์อยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก โดยมีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปไกลถึงยุคหินเก่า (Paleolithic era) หรือกว่า 9,000 ปีมาแล้ว!

ความพิเศษของเมืองนี้คือ ย่านเมืองเก่าที่เรียกว่า Sassi di Matera บ้านเรือน โบสถ์ และร้านค้าทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐปูนทั่วไป แต่เกิดจากการ “ขุดเจาะและสลักเข้าไปในหินปูนสีน้ำผึ้ง” บนหน้าผาหุบเขา

แม้ในอดีตช่วงกลางศตวรรษที่ 20 มาเตราเคยถูกมองว่าเป็น “ความอัปยศแห่งอิตาลี” เนื่องจากความเป็นอยู่ที่ยากไร้และขาดสุขอนามัย จนรัฐบาลต้องสั่งอพยพผู้คนออกจากถ้ำ แต่ในเวลาต่อมา เมืองนี้ก็ได้ถูกฟื้นฟูอย่างประณีต จนได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1993 และกลายเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกมากมาย รวมถึงฉากเปิดสุดอลังการในหนัง James Bond: No Time to Die

3 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือน Matera

1. สัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต: นอนโรงแรมถ้ำโบราณ (Cave Hotels)

หนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่สุดของมาเตรา คือการได้เข้าพักใน “โรงแรมถ้ำ” ซึ่งเป็นการนำถ้ำหินโบราณมาบูรณะใหม่ให้กลายเป็นห้องพักสุดหรู โดยยังคงรักษาโครงสร้างหินธรรมชาติและกลิ่นอายอดีตไว้ครบถ้วน บรรยากาศภายในจะเงียบสงบ เย็นสบาย และให้ความรู้สึกโรแมนติกแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

2. ตระเวนชมเมืองยามค่ำคืน ช่วงเวลาแห่งดินแดนเวทมนตร์

เสน่ห์ที่แท้จริงของมาเตราจะเผยออกมาเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน แสงแดดสีทองจะกระทบกับหินปูนสีน้ำผึ้งทั่วทั้งเมือง และเมื่อไฟดวงเล็กๆ ตามบ้านเรือนและตรอกซอกซอยถูกเปิดขึ้น เมืองหินโบราณแห่งนี้จะเปลี่ยนไปราวกับเมืองในนิทานหรือดินแดนเวทมนตร์ทันที

3. สำรวจโบสถ์ถ้ำโบราณ (Rupestrian Churches)

เดินหลบความวุ่นวายไปสำรวจโบสถ์ถ้ำที่มีมากกว่า 150 แห่งทั่วเมือง ซึ่งแกะสลักเข้าไปในหินตั้งแต่ยุคกลาง ด้านในยังคงปรากฏภาพเขียนสีเฟรสโก (Frescoes) โบราณบนผนังหินที่สมบูรณ์อย่างน่าเหลือเชื่อ

ข้อมูลควรรู้สำหรับการเดินทาง (Travel Tips)

  • ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุด: ช่วง spring (เมษายน – พฤษภาคม) และ autumn (September – ตุลาคม) อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนจัด และคนไม่แออัด
  • การเดินทาง: วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟหรือขับรถมาจากเมือง Bari (เมืองท่าศูนย์กลางของอิตาลีใต้) ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
  • ข้อแนะนำสำคัญ: เมืองนี้เต็มไปด้วยบันไดหินและทางเดินชัน ควรเตรียมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย และสัมภาระแบบกระเป๋าเป้จะเดินทางได้สะดวกกว่ากระเป๋าลากใบใหญ่

เตรียมพาสปอร์ตของคุณให้พร้อม แล้วออกไปสัมผัสอิตาลีในมุมมองที่ไม่เคยเห็น เพราะบางครั้ง… การเดินทางที่น่าประทับใจที่สุด อาจเป็นการพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาใคร!

Home (13)
จองผ่านไลน์

ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

Pp 0431719391757

จันทร์ - ศุกร์

09.00 - 18.00 น.