เวลาเรานึกถึง “อิตาลี” ภาพในหัวของใครหลายคนคงเป็นหอเอนปิซ่า เรือกอนโดลาที่เวนิส หรือโคลอสเซียมอันยิ่งใหญ่ในกรุงโรม… แต่รู้ไหมว่า ทางตอนใต้ของอิตาลี มีเมืองลับแห่งหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ เมืองที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสู่อดีตหลายพันปี และมอบประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใครในโลก
เมืองนั้นมีชื่อว่า “มาเตรา” (Matera) เมืองถ้ำโบราณที่มีชีวิต และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรปักหมุดที่นี่ไว้ใน Bucket List ครั้งต่อไป!

จาก ‘ความอัปยศ’ สู่ ‘มรดกโลกสุดโรแมนติก’
Matera ตั้งอยู่ในภูมิภาคบาซีลีคาตา (Basilicata) ทางตอนใต้ของอิตาลี ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีมนุษย์อยู่อาศัยต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก โดยมีประวัติศาสตร์ย้อนกลับไปไกลถึงยุคหินเก่า (Paleolithic era) หรือกว่า 9,000 ปีมาแล้ว!
ความพิเศษของเมืองนี้คือ ย่านเมืองเก่าที่เรียกว่า Sassi di Matera บ้านเรือน โบสถ์ และร้านค้าทั้งหมดไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐปูนทั่วไป แต่เกิดจากการ “ขุดเจาะและสลักเข้าไปในหินปูนสีน้ำผึ้ง” บนหน้าผาหุบเขา
แม้ในอดีตช่วงกลางศตวรรษที่ 20 มาเตราเคยถูกมองว่าเป็น “ความอัปยศแห่งอิตาลี” เนื่องจากความเป็นอยู่ที่ยากไร้และขาดสุขอนามัย จนรัฐบาลต้องสั่งอพยพผู้คนออกจากถ้ำ แต่ในเวลาต่อมา เมืองนี้ก็ได้ถูกฟื้นฟูอย่างประณีต จนได้รับเลือกให้เป็น มรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1993 และกลายเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลกมากมาย รวมถึงฉากเปิดสุดอลังการในหนัง James Bond: No Time to Die
3 ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด เมื่อมาเยือน Matera
1. สัมผัสประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต: นอนโรงแรมถ้ำโบราณ (Cave Hotels)
หนึ่งในกิจกรรมที่เป็นที่สุดของมาเตรา คือการได้เข้าพักใน “โรงแรมถ้ำ” ซึ่งเป็นการนำถ้ำหินโบราณมาบูรณะใหม่ให้กลายเป็นห้องพักสุดหรู โดยยังคงรักษาโครงสร้างหินธรรมชาติและกลิ่นอายอดีตไว้ครบถ้วน บรรยากาศภายในจะเงียบสงบ เย็นสบาย และให้ความรู้สึกโรแมนติกแบบหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
2. ตระเวนชมเมืองยามค่ำคืน ช่วงเวลาแห่งดินแดนเวทมนตร์
เสน่ห์ที่แท้จริงของมาเตราจะเผยออกมาเมื่อพระอาทิตย์เริ่มตกดิน แสงแดดสีทองจะกระทบกับหินปูนสีน้ำผึ้งทั่วทั้งเมือง และเมื่อไฟดวงเล็กๆ ตามบ้านเรือนและตรอกซอกซอยถูกเปิดขึ้น เมืองหินโบราณแห่งนี้จะเปลี่ยนไปราวกับเมืองในนิทานหรือดินแดนเวทมนตร์ทันที
3. สำรวจโบสถ์ถ้ำโบราณ (Rupestrian Churches)
เดินหลบความวุ่นวายไปสำรวจโบสถ์ถ้ำที่มีมากกว่า 150 แห่งทั่วเมือง ซึ่งแกะสลักเข้าไปในหินตั้งแต่ยุคกลาง ด้านในยังคงปรากฏภาพเขียนสีเฟรสโก (Frescoes) โบราณบนผนังหินที่สมบูรณ์อย่างน่าเหลือเชื่อ
ข้อมูลควรรู้สำหรับการเดินทาง (Travel Tips)
- ช่วงเวลาที่น่าเที่ยวที่สุด: ช่วง spring (เมษายน – พฤษภาคม) และ autumn (September – ตุลาคม) อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนจัด และคนไม่แออัด
- การเดินทาง: วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟหรือขับรถมาจากเมือง Bari (เมืองท่าศูนย์กลางของอิตาลีใต้) ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
- ข้อแนะนำสำคัญ: เมืองนี้เต็มไปด้วยบันไดหินและทางเดินชัน ควรเตรียมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย และสัมภาระแบบกระเป๋าเป้จะเดินทางได้สะดวกกว่ากระเป๋าลากใบใหญ่
เตรียมพาสปอร์ตของคุณให้พร้อม แล้วออกไปสัมผัสอิตาลีในมุมมองที่ไม่เคยเห็น เพราะบางครั้ง… การเดินทางที่น่าประทับใจที่สุด อาจเป็นการพาตัวเองไปอยู่ในสถานที่ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาใคร!