เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทางทีมงานบริษัท เอ็กซ์คลูซีฟ เจอร์นีย์ จำกัด ขอพระราชทานอนุญาตรวบรวม อเนกอนันต์พระราชกรณียกิจ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ นานัปการเพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนชาวไทย เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทุกท้องถิ่น มีคุณภาพชีวิตที่ดี พระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการศึกษา ศาสนา สังคมสงเคราะห์ การแพทย์และสาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชดำริตลอดจนพระราชทรัพย์เพื่อช่วยแก้ปัญหา ของราษฎรตลอดมา ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ติดตาม ความก้าวหน้าของแต่ละงานหรือโครงการจนบรรลุผล สำเร็จด้วยดี
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน

..การจัดแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย คณะครูผู้เชี่ยวชาญการโขน ศิลปินแห่งชาติ ผู้ที่แสดง และจัดการแสดงต่างก็ทุ่มเทฝีมือ ความคิด และแรงกายแรงใจอย่างสุดกำลัง ทำให้โขนออกมาสนุก ตื่นเต้น และสวยงาม มีฉากที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่ เป็นที่ประทับใจคนดู เช่น ฉากหนุมานอมพลับพลา เป็นต้น ทุกครั้งที่จัดการแสดงโขน คณะกรรมการจะคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่มาเป็นผู้แสดงร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ มาฝึกฝนศิลปะการแสดงชั้นยอดของไทยจากปรมาจารย์โดยตรง เมืองไทยจะได้มีนักแสดงฝีมือดีสืบทอดวิชาต่อไป ขณะเดียวกันก็มีการจัดสร้างเครื่องแต่งกาย และฉากใหม่ ๆ ทำให้เกิดช่างฝีมือหลายประเภท ที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมทั้งวงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ขับร้อง และผู้พากย์บทด้วย ขณะนี้จึงพอมีหวังแล้วว่า โขนซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชิ้นเอกของไทยคงไม่สูญหายไป..
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔
โขน คือศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย เป็นมหรสพหลวงอันรุ่งโรจน์มาช้านานและเคยแสดงต้อนรับพระราชอาคันตุกะสร้างความตื่นตาตื่นใจและเป็นที่ชื่นชมมาโดยตลอด ปัจจุบันโขนกำลังจะเลือนหายไปจากสังคมไทย เพราะการจัดแสดงโขนต้องใช้ผู้แสดงเป็นจำนวนมาก เครื่องแต่งกายเวที ฉากและอุปกรณ์ที่ประกอบการแสดงล้วนต้องจัดสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงสนพระราชหฤทัยและทรงสนับสนุนการแสดงโขนมาอย่างต่อเนื่องได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแสดงของคณะโขนธรรมศาสตร์หลายครั้ง

เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เยาวชน โปรดทอดพระเนตรโขนของกรมศิลปากร รวมทั้งเคยพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อสนับสนุนโขนของกรมศิลปากรทรงนำการแสดงอันเกี่ยวเนื่องกับโขนไปเผยแพร่สู่สายตาชาวต่างประเทศ ดังเมื่อครั้งที่เสด็พระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ไปทรงเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อพุทธศักราช ๒๕๕๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำการแสดงชุด “กวนเกษียรสมุทร” หรือ “ชักนาคดึกดำบรรพ์” ไปแสดง สร้างความประทับใจแก่ผู้ชมเป็นอย่างยิ่ง ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า
โขนซบเซาลง จึงมีพระราชปรารภที่จะฟื้นฟูและทำนุบำรุงการแสดงโขนให้กลับคืนสู่ความนิยมอีกครั้ง นับเป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญและศิลปินในสาขาที่เกี่ยวข้องศึกษาค้นคว้าข้อมูลหลักฐานเครื่องแต่งกายโขนละครโบราณอย่างละเอียดเพื่อจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนละครขึ้นใหม่ โดยมีคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนละคร ผลของการศึกษาค้นคว้าและถ่ายทอด กรรมวิธีการจัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนละครครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดช่างฝีมือรุ่นใหม่ขึ้นเป็นจำนวนมาก อาทิช่างทำหัวโขน ช่างปักสะดึงกรึงไหม ช่างเงินช่างทอง
เพราะการแสดงโขนเป็นที่รวมของงานประณีตศิลป์สาขาต่างๆ รวมทั้งได้พัฒนาศิลปะการแต่งหน้าโขนละครไปอีกขั้นหนึ่งด้วย
โขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด ศึกพรหมาศ เป็นปฐมบทแห่งโขนที่จัดแสดงตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นต้นมาและได้รับความชื่นชมจากผู้ชมจำนวนมาก ทั้งร่ำลือไปถึงนานาประเทศในเรื่องความงดงามของเครื่องแต่งกาย ความวิจิตรตระการตาของฉากและเทคนิคต่าง ๆ การแสดงโขนประสบความสำเร็จเกินคาด เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทยที่คนรุ่นใหม่ทั้งหนุ่มสาวและเด็ก พากันจูงผู้เฒ่าผู้แก่ในครอบครัวไปชมโขนกันอย่างเนืองแน่น

“…เครื่องแต่งกายโขนเมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วสวยงามเหลือเกิน…การแสดงโขนครั้งนี้ไม่ใช่จะประสบความสำเร็จเพียงแค่ได้
เผยแพร่ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยเราเท่านั้น แต่ยังเกิดสิ่งที่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นมาอีก คือพวกเราได้สร้างช่างฝีมือรุ่นใหม่เอี่ยมขึ้นมารุ่นใหม่ที่เข้าใจถ่องแท้ถึงศิลปะการสร้างเครื่องแต่งกายโขน และได้เห็นความผูกพันอย่างใกล้ชิดแบบสังคมไทยสมัยโบราณ ลูกหลานจูง พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย คนแก่ในบ้าน ไปดูโขนครั้งนี้ ได้เห็นการแสดงความรัก เอื้ออาทรต่อกันในครอบครัว ก็เป็นภาพที่สร้างความสุขใจ แก่ผู้พบเห็นทุกคน..”
พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒