การออกเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวยอดฮิตระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นปารีส โรม บาร์เซโลนา กรุงเทพฯ หรือโตเกียว มักจะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประสบการณ์ใหม่ๆ แต่ในทางกลับกัน เมืองที่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็เป็นเป้าหมายหลักของ “มิจฉาชีพ” และแก๊งต้มตุ๋นหลากรูปแบบที่จ้องจะใช้ความไม่คุ้นเคยกับสถานที่และความไว้ใจของคุณมาหาประโยชน์
เพื่อไม่ให้ทริปในฝันของคุณต้องหมดสนุกเพราะการเสียทรัพย์โดยไม่จำเป็น นี่คือ เช็กลิสต์กลโกงยอดฮิตในเมืองท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมเทคนิคเอาตัวรอดที่คุณควรรู้ไว้ก่อนออกเดินทาง!
1. แท็กซี่โกงราคา และมุก “สถานที่นั้นปิดแล้ว!”
กลโกงยอดฮิตตลอดกาลที่พบได้เกือบทุกมุมโลก ตั้งแต่สนามบินไปจนถึงหน้าสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
รูปแบบการต้มตุ๋น :
- ไม่กดมิเตอร์ (Flat Rate): คนขับจะอ้างว่ามิเตอร์เสีย หรืออ้างว่าย่านนี้ใช้ราคารวม (Flat Rate) ซึ่งแพงกว่าราคาจริงหลายเท่า
- มิเตอร์วิ่งฉิว: แอบกรอกมิเตอร์ล่วงหน้า หรือปรับแต่งมิเตอร์ให้ตัวเลขขึ้นไวกว่าปกติ
- หลอกว่าสถานที่ปิด: มุกยอดฮิตคือการบอกนักท่องเที่ยวว่า “วัด/พิพิธภัณฑ์/โรงแรมที่คุณกำลังจะไปปิดวันนี้” จากนั้นจะเสนอตัวพาวนไปร้านของฝาก ร้านอัญมณี หรือสถานที่อื่นที่ตนเองได้ค่าคอมมิชชัน
วิธีรับมือ :
- ยืนยันให้เปิดมิเตอร์ (Meter) ก่อนขึ้นรถเสมอ หากปฏิเสธให้เปลี่ยนคันทันที
- ใช้บริการ แอปพลิเคชันเรียกรถ (เช่น Grab, Uber, Bolt, DiDi) เพื่อทราบราคาที่แน่นอนและติดตามเส้นทางผ่าน GPS
- ตรวจสอบเวลาทำการของสถานที่ท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ทางการ (Official Website) บนมือถือของตัวเองเสมอ อย่าเชื่อคำอ้างของคนขับเพียงฝ่ายเดียว
2. แก๊งสายสิญจน์ ดอกไม้ฟรี และของยัดใส่มือ
พบเห็นได้บ่อยตามลานกว้าง หน้าโบสถ์ หรือสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในยุโรปและเอเชีย
รูปแบบการต้มตุ๋น :
- มิจฉาชีพจะทำทีเป็นมิตร เดินเข้ามาพูดคุย ยิ้มแย้ม แล้ว ยัดดอกไม้ อาหารนก สร้อย หรือผูกสายสิญจน์/เชือกมงคลใส่มือและข้อมือของคุณแบบไม่ทันตั้งตัว
- เมื่อของอยู่ในมือหรือผูกข้อมือคุณเรียบร้อย ท่าทีที่เป็นมิตรจะเปลี่ยนเป็นความดุดันทันที โดยจะเดินตาม ข่มขู่ หรือตะโกนเรียกร้องเงินราคาแพง โดยอ้างว่าคุณรับของไปแล้ว
วิธีรับมือ :
- ภาษากายสำคัญที่สุด: เลี่ยงการสบตา และเอามือซุกกระเป๋าเสื้อหรือประสานมือไว้ข้างหน้าเมื่อต้องเดินผ่านกลุ่มคนเหล่านี้
- หากถูกยัดของใส่มือ ให้ ปล่อยของร่วงลงพื้นทันที แล้วเดินหนีไป ห้ามเอ่ยคำว่า “ขอบคุณ” (Thank you) หรือ “ไม่เอา” (No thank you) เพราะการตอบโต้จะเป็นการเปิดโอกาสให้พวกเขาเข้ามาประชิดตัว
3. ตั๋วผี ตั๋วปลอม และการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่แซงคิว
ในเมืองที่มีแถวรอเข้าสถานที่ท่องเที่ยวต่อยาวเหรียด เช่น ลูฟวร์ หรือโคลอสเซียม มิจฉาชีพมักใช้ความขี้เกียจรอของนักท่องเที่ยวมาเป็นช่องทางหาเงิน
รูปแบบการต้มตุ๋น :
- มิจฉาชีพแต่งตัวดูดี บางครั้งใส่บัตรคล้องคอปลอมให้ดูเหมือนเจ้าหน้าที่ เดินเข้ามาทักนักท่องเที่ยวที่ยืนต่อแถว แล้วเสนอขาย “ตั๋วข้ามคิว” (Fast Track) หรือตั๋วส่วนลดพิเศษ
- เมื่อจ่ายเงินซื้อไปแล้ว นำไปสแกนที่ประตูทางเข้ากลับพบว่าเป็นตั๋วปลอม หรือตั๋วที่ใช้แล้ว ทำให้เสียทั้งเงินและเสียเวลา
วิธีรับมือ :
- ซื้อตั๋วผ่านช่องทาง Official เท่านั้น หรือเอเจนต์จองตั๋วชั้นนำที่น่าเชื่อถือล่วงหน้าทางออนไลน์
- ปฏิเสธบุคคลที่เดินเข้ามาเสนอขายตั๋วบริเวณหน้างานทุกกรณี เจ้าหน้าที่จริงจะประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วหรือจุดตรวจเช็กที่ชัดเจนเท่านั้น
4. แท็กติกเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อล้วงกระเป๋า (The Distraction Technique)
มิจฉาชีพมักไม่ได้ทำงานคนเดียว แต่มักทำงานเป็นทีมโดยมีคนหนึ่งทำหน้าที่เบี่ยงเบนความสนใจ และอีกคนทำหน้าที่ล้วงกระเป๋า
รูปแบบการต้มตุ๋น :
- มุกทำเลอะ: ทำน้ำ ซอส หรืออุจจาระนกปลอมหกใส่เสื้อผ้าคุณ แล้วรีบเข้ามาช่วยเช็ดถูทำความสะอาดให้ ระหว่างที่คุณกำลังตกใจและสับสน พรรคพวกจะฉวยโอกาสล้วงกระเป๋า
- มุกขอการ์ด/เซ็นชื่อ: เด็กหรือหญิงสาวเดินเข้ามาถือแผ่นกระดาษ ขอให้เซ็นชื่อสนับสนุนมูลนิธิหรือล่ารายชื่อแคมเปญ ขณะที่คุณกำลังอ่านหรือเซ็น แผ่นกระดาษนั้นจะถูกใช้บังสายตาเพื่อแอบล้วงกระเป๋า
- มุกทะเลาะกัน/เรียกร้องความสนใจ: มีคนทะเลาะกันเสียงดัง ทำของตกกระจัดกระจาย หรือทำเป็นล้มลงตรงหน้าคุณ เพื่อให้สายตาคนรอบข้างจดจ่อไปที่จุดเดียว
วิธีรับมือ :
- หากเกิดเหตุการณ์ชวนสับสนหรือมีคนเข้ามาประชิดตัว ให้ เอามือทาบหรือจับกระเป๋าไว้ด้านหน้าทันที
- ถอยห่างออกจากคนที่พยายามเข้าใกล้ และปฏิเสธการร่วมเซ็นเอกสารหรือรับสิ่งของใดๆ บนถนนเด็ดขาด
5. เมนูไร้ราคา และค่าบริการปริศนาในร้านอาหาร
กลโกงประเภทนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบนถนน แต่เกิดขึ้นในร้านอาหารย่านท่องเที่ยวที่คุณคิดว่าปลอดภัย
รูปแบบการต้มตุ๋น :
- ร้านอาหารในย่านท่องเที่ยวบางแห่งนำเมนูที่ ไม่มีราคาระบุไว้ มาให้นักท่องเที่ยว หรือมีราคาเฉพาะเมนูภาษาท้องถิ่น แต่เมนูภาษาอังกฤษกลับไม่ระบุราคา
- เมื่อเช็กบิล จะพบราคาอาหารที่สูงเกินจริงอย่างน่าตกใจ พร้อมคิดค่าบริการแอบแฝง เช่น ค่าจานชาม, ค่าขนมปัง/ขนมทานเล่นที่นำมาวางบนโต๊ะโดยที่เราไม่ได้สั่ง, หรือการบังคับคิดค่าทิปในเปอร์เซ็นต์ที่สูงมาก
วิธีรับมือ :
- สอบถามราคาอาหารและเครื่องดื่มให้ชัดเจนก่อนสั่งเสมอ หากเมนูไม่มีราคาระบุ ให้ปฏิเสธการรับประทานร้านนั้น
- ก่อนรับประทานขนมปังหรืออาหารว่างที่นำมาวางบนโต๊ะ ให้ถามพนักงานก่อนว่า “Is this free?” หากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมและเราไม่ต้องการ ให้ปฏิเสธและขอให้นำกลับไปทันที
- ตรวจสอบรายการในใบชำระเงิน (Bill) อย่างละเอียดทุกครั้งก่อนจ่ายเงิน
สรุป: คติพจน์เอาตัวรอดสำหรับนักเดินทาง
การท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเรามี “ความช่างสังเกต” และ “สติ” เป็นเกราะป้องกันตัว
จำไว้เสมอว่า “ไม่มีของฟรีในโลกท่องเที่ยว” และการปฏิเสธอย่างเด็ดขาดด้วยท่าทีที่มั่นใจคือเครื่องมือการเอาตัวรอดที่ดีที่สุด เมื่อรู้ทันกลโกงเหล่านี้แล้ว คุณก็สามารถออกไปท่องโลกกว้างได้อย่างสบายใจ และเก็บเกี่ยวเฉพาะความทรงจำอันแสนงดงามกลับบ้านได้อย่างเต็มที่!