เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.

เที่ยวแบบกรุ๊ปเหมาแอดเลย

Travel License : 11/06178

มหาฤกษ์มหาเศรษฐี บูชาพระพิฆเนศ ปางที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

  • รหัสทัวร์ EJID001
  • ประเทศ อินเดีย
  • กำหนดการเดินทาง09 ก.ย. 69 - 13 ก.ย. 70
  • จำนวนวัน 5วัน 3คืน
  • ราคาเริ่มต้น 38,900 บาท/ท่าน
  • เดินทางโดย Air India

รายละเอียดโปรแกรม

  • DAY1 : วันพุธ ที่ 9 ก.ย. 69
    กรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินนานาชาติปูเน่

    11.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ W สายการบินแอร์อินเดีย (Air India) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให ้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและกระเป๋าเดินทางแก่ท่าน

    14.40 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติปูเน่ (Pune International Airport) ประเทศอินเดีย โดย สาย การบินแอร์อินเดีย (Air India) เที่ยวบินที่ AI9246

    17.25 น. ถึงเวลาอันสมควร น าท่านสู่ โรงแรมที่พัก

    ที่พัก : Sheraton Grand Pune Bund Garden Hotel หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

    ค่ำ : รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก

  • DAY2 : วันพฤหัส ที่ 10 ก.ย. 69
    วัดด๊ักดูเศรษฐ์ – วัดศรีสวามีนารายัน - พระแม่ลักษมีแห่งเมืองปูเน่

    เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    09.00 น. : นำท่านสักการะ องค์พระพิฆเนศที่ขึ้นชื่อว่าร่ำรวยมากที่สุดในโลก ด๊ักดูเศรษฐ์ (Dagdusheth) และ มีความงดงามมากที่สุดองค์หนึ่ง เป็นพระนามของพระพิฆเนศที่ประดิษฐาน ณ เทวสถานดั๊กดูเศรษฐ์ ในเมือง ปูเน่ประเทศอินเดีย ที่มีคนเข้ากราบสักการะมากมาย เชื่อว่าผู้ที่ได้มากราบไหว้ พระพิฆเนศที่นี่ จะทำให้ความ ปรารถนาของตนสมหวังประสบความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทอง มีโชคมีลาภ เจริญก้าวหน้า งวงพระองค์เป็นเกรียวดูด ทรัพย์ ซึ่งผู้คนมากมายที่สมหวังดั่งปรารถนาก็นำเงินทองมาถวายให้เทวสถานแห่งนี้มากมาย ที่ขึ้นชื่อว่าร่ำรวย ที่สุดเพราะฐานที่ประดิษฐานองค์พระพิฆเนศ และเครื่องทรงต่างๆ ล้วนเป็นทองคำและเพชรพลอยที่ประมาณ มูลค่าไม่ได้

    ขอพรเพื่อความมั่งคั่ง ร่ำรวย

    พิเศษนำท่านทำอภิเษกปูจา 5 ขั้นตอน

    เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

    บ่าย : นำท่านสักการะองค์ซาราสบัคลักษมี พระแม่ลักษมีแห่งเมืองปูเน่ (Sarasbaug Lakshmi) วัดพระแม่ ลักษมีที่ใหญ่ที่สุด และโด่งดังที่สุดในเมืองปูเน่ สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1984 ตามแบบสถาปัตยกรรมอินเดีย เหนือ ใช้เวลาสร้างกว่า 12 ปี ภายในวัดประดิษฐานองค์พระแม่ลักษมีที่ทำจากหินอ่อนสีขาวขนาดสูง 6 ฟุต สร้างโดยช่างแกะสลักที่มีชื่อเสียงชาวจัยปูร์ และองค์พระแม่สรัสวตี และพระแม่กาลี ขนาบทั้ง 2 ข้าง

    นำท่านเดินทางสู่ วัดศรีสวามีนารายัน (Shri Swaminarayan Mandir) ระยะทาง 10 กม. ก่อสร้าง แล้วเสร็จและเปิดให้ เข้าชมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 2017 ใช้เวลาในการก่อสร้างเพียง 2 ปี เป็นวัดฮินดู ขนาดใหญ่และเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองปูเน่ ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,100 ตารางเมตร ตัวอาคาร ก่อสร้างโดยหินทรายสีชมพูแกะสลักทั้งหมดโดยไม่ใช้เหล็กเป็นส่วนประกอบแม้แต่เพียงชิ้นเดียว ลวดลาย ของอาคารทั้งภายในและภายนอกแกะสลักด้วยมือในศิลปกรรมแบบราชสถาน ซึ่งดูราวคล้ายกับจิ๊กซอว์ ภายในอาคารประกอบไปด้วยเสาแกะสลักถึง 140 ต้นวงกบประตูและหน้าต่างแกะสลัก 109 ชิ้น พร้อม ประติมากรรมแกะสลักลวดลายเทพเจ้าถึง 10,269 ชิ้น

    นำท่านเข้าชมภายในวัด และนำท่านสักการะองค์เทพฮินดูต่างๆเช่น พระวิษณุและพระแม่ลักษมี, พระกฤษณะและพระแม่ราธา, พระสิตาราม, พระศิวะ พระแม่ปารวตี เป็นต้น จากนั้นให้ท่านได้อิสระถ่ายภาพ คู่กับวัดที่สวยงาม จนได้รับขนาดนามว่าเป็นหนึ่งในมรดกแห่งใหม่ของรัฐมหาราษฏระ ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก

    ถึงเวลาอันสมควร นำท่านสู่ โรงแรมที่พัก Sheraton Grand Pune Bund Garden Hotel หรือ เทียบเท่าระดับเดียวกัน

    เย็น : รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร ในโรงแรม

  • DAY3 : วันศุกร์ ที่ 11 ก.ย. 69
    มุมไบ - วัดสิทธิวินายักษ์ - วัดพระแม่ลักษมีหน้าทอง - วัดพระกฤษณะ พระแม่ราธา

    เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่เมืองมุมไบ
    นำท่านเดินทางเข้าสักการระองค์สิทธิวินายัก ณ วัดสิทธิวินายัก (Siddhivinayak Temple) ได้ชื่อว่า เป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองมุมไบ ที่มีเหล่าเซเลบและดาราบอลลีวูดมาสักการะกันอยู่ตลอด ลักษณะ เด่นขององค์นี้ คือ เป็นองค์ปฐมและเป็นองค์ประธานแห่งพระพิฆเนศทุกๆพระองค์ในโลกลักษณมีพระ ฉวี (ผิว) สีแดงสด ซึ่งเป็นสีของไฟและพลังอำนาจ อีกทั้งยังมีงวงที่ตวัดไปทางเบื้องขวาของพระองค์ อัน หมายถึงความยิ่งใหญ่ถึงที่สุด

    ขอพรเพื่อความสำเร็จสมหวังทุกประการ

    เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

    บ่าย : นำท่านสักการะ วัดพระแม่ลักษมีหน้าทอง (Shree Mahalakshmi Temple) เป็นนวัดที่มีชื่อเสียง ที่สุดของอินเดีย สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1831 โดยพ่อค้าชาวฮินดู ตั้งอยู่ในย่านที่ที่ดินมีราคาสูงที่สุดในมุมไบ ภายในประดิษฐานเทวรูปทองคำ พระแม่ลักษมี (Mahalakshmi) ผู้ที่มากราบไหว้ บูชา แห่งนี้จะประสบแต่ ความร่ำรวย ความสำเร็จ โชคลาภมากมาย, พระแม่กาลี (Mahakali) คือ ผู้ปกป้องเราจากสิ่งไม่ดี, พระแม่ สรัสวตี (Mahasaraswathi) คือผู้บันดาลความเฉลี่ยวฉลาด ปัญญาเป็นเลิศ การงานสำเร็จ ซึ่งวัดแห่งนี้เป็น ที่นิยมของชาวอินเดียและชาวไทยเดินทางมากราบไว้ สักการะมากมาย และบริเวณหน้าวัดยังมีร้านค้าให้ บูชาเครื่องราง และรูปบูชาองค์เทพต่างๆ สีสันสวยงามแปลกตา

    ขอพรเพื่อโชคลาภ เงินทองและความรัก

    นำท่านเดินทางสู่ Iskcon Temple (วัดพระกฤษณะ พระแม่ราธา) วัดพระกฤษณะและพระแม่ราธาอัน ศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมแห่งศรัทธาและศิลปวัฒนธรรมฮินดูที่งดงามโดดเด่น ภายในประดับตกแต่งอย่างวิจิตร พร้อมบรรยากาศแห่งบทสวดภักติและความสงบทางจิตใจ ให ้ท่านได ้สัมผัสอีกด้านของอินเดียที่เปี่ยมด้วย ความศรัทธา ความงดงาม และเสน่ห์ทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง

    ขอพรด้าน ความรักที่ดี และความสัมพันธ์ที่มั่นคง

    เย็น : รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

    ถึงเวลาอันสมควร นำท่านสู่ โรงแรมที่พัก

    ที่พัก : Radisson Blu Hotel Mumbai Airport หรือเทียบเท่าระดับ 5 ดาว

  • DAY4 : วันเสาร์ ที่ 12 ก.ย. 69
    ถ้าช้างหรือฆรปุรี - Gateway of India - วัดพระศิวะ

    เช้า : รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    นำท่านเดินทางสู่ ประตูอินเดีย (Gateway of India) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำในย่าน อพอลโลบันเดอร์ สร้างขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีแมรี่เสด็จมาร่วมงาน ฉลองเดลีดารบัร ในปี 1911
    นั่งเรือเฟอร์รี่จากท่าเรือ Gateway of India สู่ Elephanta Cave Mumbai (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

    นำท่านชม ถ้ำช้างหรือฆรปุรี (Elephanta Island) ชมเทวสถานเทวาลัยอันอันยิ่งใหญ่อลังการ ผสมผสานระหว่างศิลปะ ฮินดูและพุทธภายในมีหินแกะสลักเทวรูป ต่างๆและ พระพุทธรูปขุดเจาะขึ้นใน ศตวรรษที่ 7 และ 8 ชมงานประติมากรรมชิ้นเอกคือเทวรูปพระศิวะครึ่งองค์ สูง 5 เมตร และเป็น มรดกโลก ทางวัฒนธรรมของ UNESCO อันโดดเด่นด้วยถ้ำหินแกะสลักโบราณบนเกาะกลางทะเลอาหรับ ซึ่งมีอายุย้อนกลับไปกว่า 1,000 ปี ภายในประดับด้วยงานประติมากรรมเกี่ยวกับองค์พระศิวะอันวิจิตรตระการตา โดยเฉพาะรูปสลัก “Trimurti” ขนาดใหญ่ สัญลักษณ์สำคัญของศิลปะฮินดูโบราณ นักท่องเที่ยวจะได้

    สัมผัสบรรยากาศการนั่งเรือจากเมืองมุมไบสู่เกาะเอเลแฟนตา พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และอารยธรรมอินเดียอันทรงคุณค่า

    นำท่านนั่งเรือสู่เมืองมุมไบ สู่ ประตูอินเดีย (Gateway of India) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำในย่าน อพอลโลบัน เดอร์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในโอกาสที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 และพระราชินีแมรี่เสด็จมาร่วมงาน ฉลองเดลี ดารบัร ในปี 1911

    เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

    บ่าย : นำท่านเดินทางสู่ วัด Shree Babulnath Temple วัดพระศิวะที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งใน เมืองมุมไบ ตั้งอยู่บนเนินเขาใกล ้ย่านมาลาบาร์ฮิลล์ ท่ามกลางความคึกคักของเมืองใหญ่ แต่กลับให้บรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ ภายในประดิษฐานองค์ พระศิวะ (Shiva Lingam) ซึ่งเป็นที่เคารพ บูชาของชาวอินเดียมาช้านาน เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ให้พรด้านความสำเร็จและความมั่งคั่ง ผู้คน มักนิยมเดินขึ้นบันไดเพื่อสักการะและขอพร หรือสามารถใช้ลิฟต์สำหรับความสะดวก ภายในวัดยังสามารถ ชมสถาปัตยกรรมแบบฮินดูดั้งเดิม พร้อมสัมผัสบรรยากาศแห่งศรัทธาอันแรงกล้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองมุมไบ

    ขอพรเพื่อขจัดอุปสรรค ขอพลังในชีวิต

    นำท่านเดินเล่นที่ Crawford Market ตลาดเก่าแก่ชื่อดังใจกลางมุมไบ เต็มไปด้วยร้านค้า เครื่องเทศ ผลไม้ และสตรีทฟู้ดสไตล์อินเดียแท้ๆ พร้อมเปิดประสบการณ์ชิมเมนูท้องถิ่นสุดแปลกให้ได้ลิ้มลอง ไฮไลต์อยู่ที่ “แกงสมองแพะ” เมนูยอดนิยมรสชาติเข้มข้นสไตล์มุมไบแท้ๆ สำหรับสายกินและนักชิมที่ อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ไม่เหมือนใคร ที่สะท้อนเอกลักษณ์ด้านอาหารและวัฒนธรรมการกินอันมีเสน่ห์ ของอินเดียได ้อย่างน่าสนใจ

    19.30 น. : ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางสู่ สนามบินฉัตราปตี ศิวะจิ (Chhatrapati Shivaji Airport) เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย

    23.35 น. : ออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานครโดยสายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG318

  • DAY5 : วันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. 69
    สนามบินสุวรรณภูมิ

    05.35 น. : ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ

Home (13)
จองผ่านไลน์

ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

Pp 0431719391757

จันทร์ - ศุกร์

09.00 - 18.00 น.