จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.
หน้าแรก / ทัวร์ทั้งหมด / มหัศจรรย์ Europe DENMARK COPENHAGEN

| วันเดินทางไป - กลับ | ผู้ใหญ่ | เด็กมีเตียง | เด็กไม่มีเตียง | พักเดี่ยว | เด็กทารก | จอยแลนด์ | Group Size | สถานะ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 23 ก.ค. 69 - 30 ก.ค. 69 | ฿ 169,999 | - | - | ฿ 20,500 | - | - | จองเลย |
16.30 น. พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน
20.00 น. ออกเดินทางสู่เมือง โคเปนเฮเกน (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เที่ยวบินที่ QR835 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
22.35 น. เดินทางถึง สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ (DOH)(บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) เพื่อรอต่อเครื่อง
02.00 น. เดินทางต่อสู่เมือง ประเทศเดนมาร์ก โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เที่ยวบินที่ QR161 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
07.25 น. เดินทางถึง สนามบินโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก (CPH) จากนั้นรับกระเป๋าและผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเพื่อเดินทางต่อสู่ เกาะแฟโร (Faroe Island) (เวลาท้องถิ่นเดือน มีนาคม-ตุลาคม : เวลาช้ากว่าไทย 5 ชั่วโมง และ เดือนตุลาคม-มีนาคม: ช้ากว่าไทย 6 ชั่วโมง กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเพื่อสะดวกในการนัดหมาย)
11.30 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินวาการ์ (FAE) ประเทศเดนมาร์ก โดยสายการบิน SCANDINAVIAN AIRLINES (SK) เที่ยวบินที่ SK1777
12.40 น. เดินทางถึง เกาะแฟโร (Faroe Island) หลังจากตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้วจากนั้น
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารโรงแรม (1)
นำท่านเดินทางสู่เมือง ธอร์สฮาวน์ (TORSHAVN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะแฟโร เมืองนี้ตั้งชื่อตามเทพเจ้าแห่งฟ้าร้องของชาวนอร์สผู้ถือค้อนธอร์ ซึ่งมีความหมายว่าท่าเรือของธอร์ ธอร์สเฮาน์ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของสเตรมอย ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดจากทั้งหมด 18 เกาะ ธอร์สเฮาน์ถือว่าเป็นเมืองหลวงที่เล็กที่สุดแห่งหนึ่งของโลกนำท่านถ่ายรูปกับ โบสถ์เวสตูร์ชีชยัน (Vesturkirkjan) หรือที่คนมักเรียกว่า “โบสถ์ตะวันตก” เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คที่สำคัญที่สุดของเมือง มีความโดดเด่นสะดุดตาด้วยดีไซน์ที่ดูเหมือน “เรือใบ” และมีหอคอยสูงถึง 41 เมตร ตัวโบสถ์ตั้งอยู่บนเนินที่มองเห็นวิวอ่าวได้ชัดเจน บริเวณสวนด้านหน้าที่มีรูปปั้นของ Sigmundur Brestisson (คนที่นำศาสนาคริสต์มาเผยแพร่) ถือเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปถ่ายรูปมาก เพราะเห็นทั้งตัวโบสถ์ที่สูงตระหง่านและบรรยากาศเมืองไปพร้อมกันและไม่ไกลกันนั้นนำท่านถ่ายรูปด้านนอกกับ อาสนวิหารทอร์สเฮาน์ (Tórshavn Cathedral) เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของหมู่เกาะแฟโร โดดเด่นด้วยตัวอาคารสีขาวสะอาดตาและยอดโดมสีทองที่จารึกปี ค.ศ. 1788 (ปีที่เริ่มก่อสร้าง) จากนั้นเที่ยวชมถ่ายรูปกับ ป้อมปราการและประภาคารเก่าแก่ (Skansin & Lighthouse) เป็นป้อมปราการที่สร้างขึ้นในปี 1580 เพื่อป้องกันเมืองจากการรุกรานของโจรสลัด ปัจจุบันยังคงมีปืนใหญ่โบราณตั้งอยู่ให้เห็น ประภาคารสีขาวแดงขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่บนขอบป้อมปราการ เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นอ่าวทอร์สเฮาน์และเกาะ Nólsoy ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามได้อย่างพาโนรามา
และให้ท่านได้อิสระเดินเล่นเที่ยวชมบรรยากาศริม ถนนเลียบท่าเรือ (Tinganes pier area) จุดที่บรรยากาศคลาสสิก เป็นอ่าวจอดเรือใบและเรือประมงไม้หลากสีสัน (Small Boat Harbour) ที่สวยเหมือนภาพวาด บริเวณนี้ไม่ใช่แค่ท่าเทียบเรือทั่วไป แต่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่าง ย่านเมืองเก่า (บ้านไม้สีแดง) กับ ท่าเรือพาณิชย์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินเล่นจากสะพานปลามายังปลายแหลม Tinganes เพื่อดูการผสมผสานระหว่างตึกรัฐบาลโบราณกับเรือที่จอดเรียงราย
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารโรงแรม (2)
คืนที่ 1 พักที่ Hotel Brandan หรือระดับเทียบเท่า
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (3)
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านซักซุน (Saksun) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. หมู่บ้านเล็กๆ ที่งดงามราวกับหลุดจากเทพนิยาย ตั้งอยู่บนเกาะ Streymoy ในหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก มีจุดเด่นคือบรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ โอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจี น้ำตก และทะเลสาบที่กลายเป็นลากูนเมื่อน้ำทะเลลด สามารถเดินไปยังชายหาดได้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมมาถ่ายรูปและสัมผัสความงามอันบริสุทธิ์ ระหว่างทางนำท่านแวะถ่ายรูป ณ จุดชมวิวนอร์ดาดาลสการ์ด (Norðadalsskarð) จุดชมวิวที่สวยที่สุดและห้ามพลาด เป็นจุดสูงสุดของถนนเส้นเก่าที่เชื่อมต่อเมืองหลวงทอร์สเฮาน์ (Tórshavn) กับหมู่บ้านทางตอนเหนือ ไฮไลต์ที่ช่างภาพชอบมากคือถนนที่ตัดจากช่องเขาลงสู่หมู่บ้านด้านล่าง ซึ่งเป็นทางโค้งแบบ “หักศอก” คดเคี้ยวไปมา เมื่อถ่ายรูปจากมุมสูงจะเห็นเส้นถนนตัดกับพื้นหญ้าสีเขียวได้อย่างสวยงาม
จากนั้นนำท่านเที่ยวชม น้ำตกฟอสซา (Fossa Waterfall) เป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุด ในหมู่เกาะแฟโร น้ำตกที่งดงามตระการตาแห่งนี้ไหลลงมา 2 ชั้น จากความสูง 140 เมตร และไหลลงสู่ทะเล นอกจากน้ำตกฟอสซาจะสวยงามแล้ว น้ำตกแห่งนี้ยังโดดเด่นด้วยผนังหินบะซอลต์สีเข้มซึ่งตัดกับสีขาวของน้ำตกได้อย่างลงตัว
เที่ยวชม ไอ-ดิส-คอล-เลอร์ (Eiðiskollur) หน้าผาสูงชันที่มีความสูง 352 เมตร ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของหมู่บ้าน Eiði บนเกาะ Eysturoy ในหมู่เกาะแฟโร ซึ่งเป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่ท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพอันกว้างไกลของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และเป็นจุดที่ดีที่สุดในการมองเห็นแท่งหินกลางทะเลอันโด่งดังอย่าง Risin og Kellingin (ยักษ์และแม่มด) โดยตลอดเส้นทางเดินป่าคุณจะได้พบกับทุ่งหญ้าเขียวขจีรวมถึงซากปรักหักพังของ – บังเกอร์เก่าจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่กองทัพอังกฤษเคยใช้เป็นจุดสังเกตการณ์ อย่างไรก็ตาม **พื้นที่บริเวณนี้มีความลาดชันและลมพัดแรงมาก นักท่องเที่ยวจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากไม่มีรั้วกั้นขอบหน้าผา**
จากนั้นนำท่านเที่ยวชม จุดชมวิว Risin og Kellingin (มีความหมายว่า “ยักษ์และแม่มด”) คือแท่งหินบะซอลต์กลางทะเล (Sea Stacks) สองแท่งที่มีชื่อเสียงที่สุดในหมู่เกาะแฟโร โดยหินที่อยู่ไกลจากฝั่งคือยักษ์ (Risin) สูง 71 เมตร และหินรูปทรงเรียวแหลมที่อยู่ใกล้ฝั่งกว่าคือแม่มด (Kellingin) สูง 68 เมตร ซึ่งตามตำนานเล่าว่า ทั้งสองคือยักษ์จากไอซ์แลนด์ที่ได้กลายเป็นหิน
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (4)
นำท่านถ่ายรูปเที่ยวชม หมู่บ้านชาวประมง (Gjógv village) หมู่บ้านในฝันท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวแฟโร โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ ท่าเรือธรรมชาติในร่องหิน (The Gorge) ซึ่งเป็นร่องแคบยาวที่น้ำทะเลใสสะอาดไหลเข้ามาถึง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลาะตามบันไดหินลงไปชมความอลังการของหน้าผาบะซอลต์จากด้านล่างได้
จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูป จุดชมวิวฟุนนิงเกอร์ (Funningur Viewpoint) จุดชมวิวสุดอลังการที่ตั้งอยู่บนโค้งถนนเหนือหมู่บ้าน Funningur บนเกาะ Eysturoy ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถที่สวยที่สุดในหมู่เกาะแฟโร ไฮไลต์ของจุดนี้คือการมองลงไปเห็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ปลายฟยอร์ดลึก โดยมีฉากหลังเป็นเทือกเขาสูงตระหง่านรวมถึงยอดเขา Slættaratindur ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศ ความโดดเด่นของที่นี่คือถนนที่คดเคี้ยวพาดผ่านทุ่งหญ้าสีทองและสีเขียวตัดกับน้ำทะเลสีเข้มเบื้องล่าง นักท่องเที่ยวนิยมแวะจอดรถบริเวณไหล่ทางเพื่อถ่ายภาพมุมสูงที่เห็นทั้งความโค้งมนของถนนและความยิ่งใหญ่ของฟยอร์ดในเฟรมเดียว
นำท่านถ่ายภาพกับ สแลต-ตา-รา-ทิน-ดูร์ (Slættaratindur) เขาที่สูงที่สุดในหมู่เกาะแฟโรด้วยความสูง 880 เมตร โดยคำว่าชื่อมีความหมายว่า “ยอดเขาที่ราบเรียบ” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ที่มีลานหินกว้างอยู่บนจุดสูงสุด หากนักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปบนยอดจะได้สัมผัสทัศนียภาพแบบพาโนรามา 360 องศา ที่สามารถมองเห็นหมู่เกาะแฟโรครบทั้ง 18 เกาะในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส
จากนั้น นำท่านเดินทางกลับสู่เมือง ธอร์สฮาวน์ (TORSHAVN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เมื่อเดินทางถึง อิสระให้ท่านได้พักผ่อนเที่ยวชมย่านใจกลางเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอาหารค่ำ
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารโรงแรม (5)
คืนที่ 2 พักที่ Hotel Brandan หรือระดับเทียบเท่า
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (6)
นำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือ Sorvagur ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เพื่อขึ้นเรือเฟอร์รี่สู่ เกาะมีชินเนส (Mykines Island) ใช้เวลาเดินทางสู่เกาะประมาณ 45 นาที เพื่อทำกิจกรรม เดินเท้าเที่ยวชมธรรมชาติ (Hikking) เที่ยวชมเกาะแห่งนกพัฟฟิน โดยเกาะนี้เป็นเกาะอยู่ทางตะวันตกสุดของ 18 หมู่เกาะแฟโร เป็นแหล่งที่อยู่ของนกพัฟฟินนับพันตัว มีทัศนียภาพที่ดงาม และธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ใจ ระหว่างทางผ่านชมเกาะ Drangarnir เกาะหน้าตาแปลกประหลาด
กลางวัน รับประทานอาหาร แบบ BOX SET (7)
จากนั้นนำท่าน นั่งเรือเฟอร์รี่เดินทางกลับสู่ฝั่ง ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 45 นาที เมื่อเดินทางถึง นำท่านเดินทางสู่ จุดชมวิวน้ำตกมูลาฟ็อตสวาร์ (Múlafossur) เป็นแลนด์มาร์กที่โด่งดังที่สุดของหมู่เกาะแฟโร (Faroe Islands) ตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Gásadalur โดยมีเอกลักษณ์คือเป็นน้ำตกที่ตกจากหน้าผาสูงชันลงสู่มหาสมุทรแอตแลนติกโดยตรง ท่ามกลางทัศนียภาพของภูเขาเขียวขจีที่โอบล้อมหมู่บ้านเล็กๆ ไว้
นำท่านชมจุดชมวิว หินนิ้วแม่มด (Witch’s Finger) แท่งหินขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล มีลักษณะแหลมสูงดูคล้ายนิ้วมือที่ยื่นออกมาจากหน้าผา เป็นหนึ่งในประติมากรรมทางธรรมชาติที่โดดเด่นและน่าทึ่งที่สุดในหมู่เกาะแฟโร ซึ่งลักษณะจะมีรูปร่างคล้ายกับนิ้วของแม่หมด และตามตำนานที่เล่าว่าเป็นแม่มดที่กลายเป็นหินแล้วตกลงไปในทะเลจนเหลือเห็นแค่นิ้วที่โผล่มา
จากนั้น นำท่านเดินทางกลับสู่เมือง ธอร์สฮาวน์ (TORSHAVN) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม. เมื่อเดินทางถึง อิสระให้ท่านได้พักผ่อนเที่ยวชมย่านใจกลางเมืองตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลาอาหารค่ำ
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (8)
คืนที่ 3 พักที่ Hotel Brandan หรือระดับเทียบเท่า
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (9)
ได้เวลาอันสมควรนำออกเดินทางสู่ สนามบินวาการ์ (FAE) ประเทศเดนมาร์ก เพื่อเดินทางสู่เมือง โคเปนเฮเกน (Copenhagen)
13.25 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก (CPH) โดยสายการบิน SCANDINAVIAN AIRLINES (SK) เที่ยวบินที่ SK1778
11.25 น. เดินทางถึง สนามบินโคเปนเฮเกน (CPH) หลังจากตรวจรับสัมภาระเรียบร้อยแล้วจากนั้นนำท่านรับประทานอาหารกลางวัน
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารไทย (10)
นำท่านเที่ยวชมถ่ายรูปด้านนอกกับ ปราสาทโรเซนบอร์ก (Rosenborg) ปราสาทโรเซนบอร์กตั้งอยู่ใจกลางเมืองโคเปนเฮเกน เป็นพระราชวังที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบดัตช์เรอเนสซองส์ สร้างในสมัยพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 เป็นอีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่พระองค์ภาคภูมิใจ มีความเก่าแก่อายุกว่า 400 ปี ซึ่งในอดีตพระราชวังแห่งนี้ถูกสร้างเพื่อจุดประสงค์ใช้ในการพำนักพักร้อนของเชื้อพระวงศ์ในสมัยนั้น ทั้งยังเคยถูกวางเพลิงจากกองทัพอังกฤษถึง 2 ครั้ง คือในปี 1794 และปี 1801 และไม่ไกลกันนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ศาลาว่าการ (Copenhagen city hall) อาคารสุดยิ่งใหญ่และสง่างามอายุกว่า 100 ปี และยังเป็นสถานที่สำหรับจัดงานแต่งงานสุดแสนโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศอีกด้วย จากนั้น อิสระท่องเที่ยวตามอัธยาศัย จนกระทั่งได้เวลารับประทานอาหารค่ำ
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (11)
คืนที่ 4 พักที่ Scandic Sydhavnen หรือระดับเทียบเท่า
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (12)
นำท่านเที่ยวชมถ่ายรูปกับ รูปปั้นนางเงือกน้อย (The little mermaid) ตั้งอยู่บริเวณท่าเรือริมอ่าวโคเปนเฮเกน ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญแก่กรุงโคเปนเฮเกน โดย คาร์ล จาค็อบเซน บุตรชายของผู้ก่อตั้งบริษัทเบียร์คาร์ลสเบิร์ก ได้มีความประทับใจจากการดูบัลเล่ต์ เรื่อง The Little Mermaid ผลงานของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน เป็นอย่างมาก จึงว่าจ้างศิลปิน มาปั้นรูปเงือกน้อยนี้ โดยนำแบบใบหน้ามาจากนักเต้นบัลเลต์ชื่อ เอลเลน ไพรซ์ ส่วนร่างกายที่เป็นหญิงเปลือยนำแบบมาจากภรรยาของตัวเขาเอง
ไม่ใกล้กันนั้นพาท่านชม น้ำพุเกฟิออน (Gefion fountain) รูปปั้นของเทพีนอร์ดิกเกฟิออนที่กำลังลากจูงวัวกระทิง 4 ตัว ที่มีความเชื่อว่า เทพีนอร์ดิกเกฟิออนทำการไถคราดเพื่อให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์คนั่นเอง
และถ่ายรูปกับ พระราชวังอามาเลียนบอร์ก (Amalienborg palace) เป็นพระราชวังฤดูหนาวของราชวงศ์เดนมาร์ก ตั้งอยู่ริมน้ำทางเหนือของตัวเมืองโคเปนเฮเกนค่ะ สร้างขึ้นเมื่อกลางศตวรรษที่ 18 เพื่อเฉลิมฉลองวาระการครบรอบ 300 ปีของราชวงศ์โอลเดนบวร์ก และใช้เป็นที่พำนักของเหล่าราชวงศ์ 4 ครอบครัว และใก้ลเคียงยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เฟดเดอริก (Frederik’s Church) โบสถ์ที่มีโดมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย
กลางวัน รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารท้องถิ่น (13)
นำท่านทำกิจกรรม ล่องเรือชมเมืองโคเปนเฮเกน (Canal Tour) เป็นกิจกรรมไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองโคเปนเฮเกน เพราะเป็นการล่องเรือชมเมืองผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่สวยงามในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยเรือจะพาลัดเลาะไปตามคลองเพื่อชมแลนด์มาร์คสำคัญ เช่น รูปปั้นเงือกน้อย (The Little Mermaid), ย่านท่าเรือสีสันสดใส Nyhavn, พระราชวัง Amalienborg และตึก Opera House สุดทันสมัย นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งแบบเรือใหญ่ราคาย่อมเยาอย่าง Netto-Bådene หรือเรือที่รวมอยู่ใน Copenhagen Card อย่าง Stromma ไปจนถึงเรือไม้ขนาดเล็กแบบเป็นกันเอง โดยจุดขึ้นเรือหลักจะอยู่ที่ Nyhavn และ Ved Stranden ซึ่งเปิดให้บริการตลอดทั้งปีพร้อมระบบเรือที่ปรับตามสภาพอากาศ ทำให้เป็นวิธีที่สะดวกและผ่อนคลายที่สุดในการทำความรู้จักกับเมืองหลวงของเดนมาร์กจากการล่องเรือ
ให้ท่านได้อิสระชอปปิ้ง ณ ถนนสตรอยก์ (Strøget) ถนนคนเดินที่ยาวที่สุดในโลก ร้านบนถนนช้อปปิ้งสายหลักของเมืองนั้นเต็มไปด้วยแบรนด์ดังที่เราคุ้นเคยดี ตั้งแต่ Louis Vuitton ไปจน Urban Outfitter และ Zara ที่ไม่ว่าใครจะเข้ามาแล้วกี่เมืองกี่สาขา ก็ไม่สามารถหยุดขาตัวเองไม่ให้เดินเข้าไปซ้ำได้ แต่ที่น่าสนใจมากกว่าคือร้านของแบรนด์ดีไซเนอร์ท้องถิ่นชื่อดัง อย่าง Wood Wood, Stine Goya, Henrik Vibskov ที่ตั้งอยู่บริเวณนี้เช่นกัน
ค่ำ รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหารจีน (14)
คืนที่ 5 พักที่ Scandic Sydhavnen หรือระดับเทียบเท่า
(โรงแรมที่ระบุในรายการทัวร์เป็นเพียงโรงแรมที่นำเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงแต่โรงแรมที่เข้าพักจะเป็นโรงแรมระดับเทียบเท่ากัน โดยจะแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนการเดินทางและขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พักไปเมืองใกล้เคียงในกรณีที่มีเทรดแฟร์หรือเทศกาล)
เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม (15)
ได้เวลาอันสมควรนำออกเดินทางสู่ สนามบินโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก (CPH) เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำการ คืนภาษี (Tax Refund) และออกเดินทางไปยัง
16.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เที่ยวบินที่ QR160 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
23.00 น. เดินทางถึง สนามบินโดฮา ประเทศกาตาร์ (DOH) (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) เพื่อรอต่อเครื่อง
02.30 น. เดินทางต่อสู่เมือง ประเทศไทยโดยสายการบิน QATAR AIRWAYS (QR) เที่ยวบินที่ QR836 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)
13.25 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
สนใจจัดทัวร์กรุ๊ปเหมา หรือคณะดูงาน แบบมืออาชีพติดต่อเราได้ที่นี่ LINE OA : @tours2world https://lin.ee/ktnGCCsw