เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทางทีมงานบริษัท เอ็กซ์คลูซีฟ เจอร์นีย์ จำกัด ขอพระราชทานอนุญาตรวบรวม อเนกอนันต์พระราชกรณียกิจ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ นานัปการเพื่อขจัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนชาวไทย เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และน้ำพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตา ทรงหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ชาวไทยทุกหมู่เหล่า ทุกท้องถิ่น มีคุณภาพชีวิตที่ดี พระราชกรณียกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงครอบคลุมทุกด้าน ทั้งการศึกษา ศาสนา สังคมสงเคราะห์ การแพทย์และสาธารณสุข ศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน พระราชดำริตลอดจนพระราชทรัพย์เพื่อช่วยแก้ปัญหา ของราษฎรตลอดมา ทรงเอาพระราชหฤทัยใส่ติดตาม ความก้าวหน้าของแต่ละงานหรือโครงการจนบรรลุผล สำเร็จด้วยดี
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า คณะผู้บริหารและพนักงาน

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงมีพระราชดำริสอดคล้องกันในเรื่องการให้ความช่วยเหลือประชาชนในสิ่งที่จำเป็นที่สุดก่อน คือ ด้านการแพทย์ สาธารณสุข และสังคมสงเคราะห์ เพื่อทรงช่วยเหลือราษฎรที่เจ็บไข้ได้ป่วยและยากไร้ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยทรงตระหนักว่าการมีสุขภาพอนามัยที่สมบูรณ์แข็งแรงจะช่วยให้ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีและส่งเสริมให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองต่อไป ดังพระราชดำรัส ความตอนหนึ่งว่า “….ข้าพเจ้าเห็นว่าเรื่องสุขภาพอนามัยนี้เป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตทั้งมวล ดังคำกล่าวที่ว่า “จิตใจที่แจ่มใส ย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง” หากประชาชนมีสุขภาพอนามัยสมบูรณ์ ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย เขาก็จะมีสติปัญญาเล่าเรียน ประกอบสัมมา อาชีพ สร้างสรรค์ความเจริญต่าง ๆ ให้แก่ชาติบ้านเมือง ดังนั้นถ้าเราจะกล่าวว่า “พลเมืองที่แข็งแรงย่อมสามารถสร้างชาติที่มั่นคง ก็คงจะไม่ผิด…” พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา วันที่ ๑๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๓๑ พระราชกรณียกิจด้านการสาธารณสุขและสังคมสงเคราะห์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เริ่มต้นมายาวนาน มีทั้งที่เป็นพระราชกรณียกิจเพื่อปวงชนชาวไทย และพระราชกรณียกิจเพื่อมวลมนุษยชาติที่ตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่ทรงเลือกเชื้อชาติและศาสนา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย สืบต่อจาก สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะ การช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยทั้งยามปกติและยามฉุกเฉิน รวมทั้งทรง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตด้านการอาชีพของผู้ยากไร้ในชนบทห่างไกล ตลอดจนทรงใส่พระราชหฤทัยในด้านการสาธารณสุขเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมีการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศก็มักเสด็จ พระราชดำเนินไปทอดพระเนตรกิจการกาชาดของประเทศต่างๆ เพื่อทรงนำมาพัฒนากิจการสภากาชาดไทยเสมอ
สภากาชาดไทยได้ดำเนินกิจการต่อเนื่องมายาวนานกว่า ๑๐๐ ปี ตามหลักกาชาดสากล มีภารกิจหลัก ๔ ด้าน คือ การบริการ ทางการแพทย์และสุขภาพอนามัย การบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ การบริจาคโลหิต และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยแบ่งการดำเนินงาน ออกเป็นส่วนต่าง ๆ ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา วิทยาลัยพยาบาลสภากาชาดไทย สถานเสาวภา ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ศูนย์ดวงตาและศูนย์รับบริจาคอวัยวะ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงสนับสนุนกิจการของสภากาชาดไทยอย่างเข้มแข็ง อาทิ ทรงส่งเสริมให้มีการบริจาคโลหิตในหมู่ประชาชนชาวไทยอย่างแพร่หลาย ทรงยกย่องสรรเสริญผู้บริจาคโลหิตให้มีกำลังใจ โดยทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเข็มที่ระลึกแก่ผู้บริจาคโลหิตครบตามที่สภากาชาดกำหนด ทำให้มีปริมาณโลหิตมากเพียงพอ และมี คุณภาพสูง สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้ทั่วประเทศ นอกจากนั้นยังได้พระราชทานคำขวัญในวันศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยหลายครั้ง ดังคำขวัญพระราชทานประจำปี ๒๕๕๐ ความว่า “ดวงตาเราคู่นี้แสนมีค่า เกินกว่าจะทิ้งไปให้สูญเปล่า เราไม่อยู่เราไม่ใช้นัยน์ตาเรา ให้คนเขาเก็บไว้ใช้เราได้บุญ” ทรงพัฒนาการบริการของสภากาชาดให้ทันต่อสถานการณ์คับขัน จึงมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “กองอาสากาชาด” ขึ้น เพื่อรับสมัคร ผู้มีจิตอาสาเป็นอาสากาชาดช่วยงานกาชาดในยามจำเป็น ปัจจุบันมีอาสากาชาด จำนวนมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ราย
