เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.

เที่ยวแบบกรุ๊ปเหมาแอดเลย

Travel License : 11/06178

มหัศจรรย์ europe ฝรั่งเศส สวิต อิตาลี

วันเดินทางและราคา

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว เด็กทารก จอยแลนด์ Group Size สถานะ
08 เม.ย. 69 - 16 เม.ย. 69 ฿ 133,999 - - ฿ 34,000 - - จองเลย

รายละเอียดโปรแกรม

  • Day : 1
    สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินโดฮา - กรุงปารีส

    05.00 น. พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ สายการบินการ์ต้า แอร์เวย์Qatar Airways (QR) โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการเช็คอินให้แก่ทุกท่าน

    09.05 น. ออกเดินทางสู่ เมืองโดฮา ประเทศการ์ต้า โดยเที่ยวบินที่ QR831 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง)

    11.50 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติโดฮา (เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง)

    15.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเที่ยวบินที่ QR037

    21.10 น. เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติปารีส ชาร์ล เดอ โกลด์ ประเทศฝรั่งเศส

    นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชม. และ 6 ชม. ในฤดูหนาว) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงปารีส เมื่องหลวงสุดโรแมนติกของประเทศฝรั่งเศส หนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของใครหลายๆ คนที่แม้กระทั่งชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่นอกเมืองหรือต่างจังหวัด หรือต่างแคว้นแดนไกล กล่าวว่าตราบใดที่มีลมหายใจ ก็ขอให้ได้เห็นมหานครปารีสสักครั้ง หลังจากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก

    ที่พัก Mercure Paris La Defense หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 2
    พระราชวังแวร์ซายส์ - กรุงปารีส - ล่องเรือแม่น้ำแซน • จัตุรัสทรอกาเดโร • แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าชม พระราชวังแวร์ซายส์ (Château de Versailles) หนึ่งในพระราชวังที่มีคนพูดถึงมากที่สุด และยังเป็น1ใน7สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบันอีกด้วย แต่เดิมนั้นเป็นเพียงเมืองเล็กๆที่พระมหากษัตริย์ราชวงศ์บูร์บงโปรดมาล่าสัตว์เท่านั้นแต่เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่14 ครั้งทรงพระเยาว์ เสด็จตามพระราชบิดามาล่าสัตว์ ทรงโปรดพื้นที่บริเวณนี้มากเมื่อทรงขึ้นครองราชย์นจึงมีพระราชดำรัสให้สร้างพระราชวังแห่งใหม่แทนพระราชวังลูฟท์ที่กรุงปารีสโดยมีพระราชประสงค์ให้เป็นพระราชวังที่สวยงามที่สุดในโลก

    ภายในพระราชวังนั้นประกอบไปด้วยห้องหับถึง 700 ห้องมีภาพวาด 6,123 ภาพและงานแกะสลักถึง 15,034 ชิ้นไฮไลท์สำคัญของพระราชวังแห่งนี้คงหนีไม่พ้นห้องกระจกซึ่งบริเวณผนังด้านขวานั้นประดับด้วยกระจกฉาบปรอทมากถึง 17 บาน แต่ละบานมีประกอบด้วยกระจก 21 แผ่นซึ่งในสมัยก่อนนั้นกระจกเป็นสิ่งที่มีราคาสูงมากเทียบเท่าทองคำเลยทีเดียว ซึ่งห้องกระจกแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่ในการลงนามสนธิสัญญาสงบศึกในสงครามโลกครั้งที่1 ระหว่างฝ่านสัมพันธมิตร และฝ่ายจักรวรรดิเยอรมัน

    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น พร้อมพิเศษ หอยเอสคาโก้ ต้นตำหรับฝรั่งเศส พร้อมไวน์แดง
    จากนั้นนำท่าน ล่องเรือแม่น้ำแซน ชมบรรยากาศรอบเมืองปารีส เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน เมืองที่โรแมนติกที่สุดของโลกในอีกมุมหนึ่งโดยในระหว่างทางนั้นจะผ่านสถานที่สำคัญๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น สะพาน PONT DE L’ALMA สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 พิพิธภัณฑ์ออร์แซ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ รวมไปถึงอาสนวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส ถือเป็นอีก 1 กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาปารีส

    ชมจุดถ่ายรูปหอไอเฟลที่สวยที่สุด ณ จัตุรัสทรอกาเดโร (TROCADÉRO) แต่เดิมบริเวณนี้เคยใช้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆ ของประเทศอยู่หลายครั้ง แต่โด่งดังด้วยเพราะทัศนียภาพที่ท่านจะสามารถเห็น หอไอไฟล (EIFFEL) ได้อย่างไม่มีอะไรมาบดบัง โดยหอส่งสัญญาแห่งนี้นั้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของพาปารีสที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง หอไอเฟลนั้น ตั้งตามชื่อของสถาปนิกผู้ออกแบบ กุสตาฟ ไอเฟล เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในงาน แสดงสินค้าโลก ในปี 1889 เมื่อมีภาพยนตร์เรื่องใดที่จะกล่าวถึงปารีส ก็จะจะต้องมีโครงสร้างเหล็กเจ้าของความสูง 324 เมตร ที่เคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลก แห่งนี้อยู่ด้วยเสมอ

    นำท่านสัมผัสกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยนักช้อปปิ้งจากทั่วทุกมุมโลก ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงปารีส ณ แกลเลอรี่ ลาฟาแยตต์ (GALERIES LAFAYETTE)

    ค่ำ อิสระอาหารเย็นตามอัธยาศัย เพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน

    ที่พัก Mercure Paris La Defense หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 3
    ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ - พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ - นั่งรถไฟ TGV จากกรุงปารีส สู่ เมืองลียง

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

    จากนั้นนำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยอาร์กเดอทรียงฟ์ (ARC DE TRIOMPHE) วงเวียนที่เชื่อมถนน12 เส้นของปารีสไว้ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นสดุดีทหารฝรั่งเศสที่ร่วมรบในสงครามต่างๆ โดยเฉพาะในสงครามนโปเลียน เนื่องจากเริ่มสร้างในรัชสมัยของพระองค์หลังได้รับชัยชนะในสงครามยุทธการที่เอาสเทอร์ลิทซ์ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1805 นอกเหนือจากนั้น ประตูชัยแห่งนี้ก็ยังเป็นที่ฝังศพทหารนิรนามในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 อีกด้วย อาร์กเดอทรียงฟ์ มีความสูง 49.5 เมตร กว้าง 45 เมตร และหนาถึง 22 เมตร

    ทางทิศตะวันตกยังเป็นที่ตั้งของถนนสายที่โด่งดังที่สุดของโลกสายหนึ่ง นั่นคือ ถนนช็องเซลีเซ (CHAMPS-ÉLYSÉES) ถนนที่ได้ชื่อมาจากสวนสวรรค์ของเหล่าเทพปกรนัมกรีก ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของการขยายพื้นที่สวยหย่อมของพระราชวังตุยเลอรี โดยเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสยุโรป ทรงมีพระราชดำรัสให้นำรูปแบบถนนช็องเซลีเซ มาสร้างเป็นถนนพระราชดำเนินกลางในกรุงเทพมหานคร ว่ากันว่าอัตราค่าเช่าพื้นที่บนถนนแห่งนี้มีมูลค่าสูงที่สุดในยุโรป และเป็นที่ตั้งของสินค้าแบรนด์ระดับโลกมากมาย

    จากนั้นนำท่านแวะถ่ายรูปด้านหน้า พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (LOUVRE MUSEUM) เป็นสถานที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกจำนวนมาก นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวในปารีสที่ต้องไปเยือน

    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย

    นำท่านนั่ง รถไฟความเร็วสูง (TGV) มุ่งหน้าสู่ เมืองลียง (Lyon) (ใช้เวลาโดยประมาณ 2 ชั่วโมง) ซึ่งปกติจะใช้เวลาในการเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 5 ชั่วโมง เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโรน และเมืองหลวงของแคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์ ตั้งอยู่ระหว่างปารีสกับมาร์แซย์ อาคารบ้านเรือนที่คงความคลาสสิคเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่อันทรงคุณค่า

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
    ที่พัก Mercure Lyon Charpennes หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 4
    เมืองลียง - เมืองเจนีวา - น้ำพุเจ็ดโด - เมืองมองเทรอซ์ - ปราสาทชิลยอง - เมืองวิสป์ - นั่งรถไฟสู่เมืองเซอร์แมท

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองเจนีวา (Geneva) (ใช้เวลาโดยประมาณ 2.20 ชั่วโมง) นั้นเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์รองจากซูริค ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา และเป็นที่ตั้งของ น้ำพุเจ็ดโด (Jet d’eau) เป็นแลนด์มาร์คที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง สัญลักษณ์เด่นของเมือง ที่พ่นน้ำขึ้นไปได้สูงสุดถึง 140 เมตร มองเห็นได้จากที่ไกล มีจุดส่องวัดความสูงของน้ำ เพื่อบันทึกเป็นสถิติด้วย ในวันที่ลมฟ้าอากาศไม่อำนวยก็อาจมีปิดทำการ ให้ท่านอิสระเดินเล่นในเมืองเก่าตามอัธยาศัย

    เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น เป็นอาหารดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากแถบภูเขาของสวิตเซอร์แลนด์ แก่นแท้ของเมนูนี้เรียบง่าย คือ ชีสละลายในหม้อที่ มักผสมกับไวน์ขาว กระเทียม และคีร์ช (บรั่นดีเชอร์รี่) เล็กน้อย อุ่นบนหม้อไฟ

    จากนั้นเดินทางต่อไปยัง เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) (ใช้เวลาโดยประมาณ 1.20 ชั่วโมง) เป็นเมืองพักตากอากาศที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งใน สวิตเซอร์แลนด์ เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่ง ทะเลสาบเจนีวา โดยมีทิวทัศน์ของ เทือกเขาแอลป์ตั้งอยู่ตรงหน้าอย่างสง่างาม เป็นเมืองเล็กๆ มีบรรยากาศสุดสโลว์ไลฟ์ ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่ากับเมืองใหญ่ๆ

    จากนั้นแวะถ่ายรูปด้านหน้า ปราสาทชิลยอง (Château de Chillon) ปราสาทอายุกว่า 1,000 ปี ที่ยังคงความสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งขอยุโรปก็ว่าได้ และเป็นอีก 1 จุดที่ท่านต้องไม่พลาดชม ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดควบคุมและเก็บค่าผ่านทางของผู้เดินทาง รวมไปถึงขบวนสินค้าต่างๆที่สัญจรไปมา

    จากนั้นนำท่านมุ่งหน้าสู่ เมืองเซอร์แมท (Zermatt) เมืองตากอากาศสุดหรูที่ไม่ใช้เชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนยานพาหนะ จึงทำให้มีความบริสุทธิ์ของอากาศเป็นอย่างมาก โดยนำท่านเปลี่ยนเป็นขึ้นรถไฟ Matterhorn Gotthard Bahn ที่เมืองวิสป์ (Visp)

    ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
    ที่พัก Ambassador Zermatt หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 5
    อิสระในตัวเมืองเซอร์แมทตลอดทั้งวันตามอัธยาศัย

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    จากนั้นอิสระให้ท่านเดินชมความงามของ เมืองเซอร์แมท Zermatt เมืองเล็กๆที่อัดแน่นไปด้วยความวิเศษ ไม่ว่าจะเป็นถนนย่านใจกลางเมืองอย่าง Bahnhofstrasse ที่รวมร้านค้าต่างๆมากมาย ในอาคารสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร Matterhorn Museum อาคารจัดแสดงใต้ดินที่บอกเล่าเรื่องร าวต่างๆ ในเมือง และโบสถ์ Pfarrkirche St. Mauritius ศูนย์รวมใจของเมือง
    อิสระอาหารเที่ยงและอาหารเย็น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาท่องเที่ยวในเมืองเซอร์แมท
    Option!! เสริมกิจกรรมในเซอร์แมท ท่านสามารถชำระตั๋วได้หน้างานโดยทางหัวหน้าทัวร์จะช่วยเหลือแก่ท่าน

    1. เลือก นั่งรถไฟขึ้นเขากรอนเนอร์แกรต หรือ Gornergrat (ไม่รวมค่าตั๋วรถไฟราคาโดยประมาณ 90-110 สวิสฟรังก์) ยอดเขาที่เป็นจุดชมวิว Matterhorn ที่สวยและมีชื่อเสียงที่สุด เป็นเขาหินของเทือกเขาแอลป์จากสันเขานี้สามารถมองเห็นธารน้ำแข็งกอร์เนอร์ซึ่งตั้งทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเซอร์แมท ในรัฐวาเลของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อีกจุดที่ได้รับความนิยมคือ ทะเลสาบริฟเฟลซี (Riffelsee Lake) สามารถลงที่สถานี Rotenboden โดยจะต้องเดินต่อไปประมาณ 10 นาที จะได้เห็นทั้งวิวของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นที่กระทบกับน้ำทะเลสาบอย่างสวยงาม

    2. เลือก นั่งกระเช้าไฟฟ้าเซอร์แมท (Zermatt) (ไม่รวมค่าตั๋วรถไฟราคาโดยประมาณ 100 สวิสฟรังก์) เส้นทางขึ้นยอดเขา Matterhorn Glacier Paradise หรือ Klein Matterhorn สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบด้าน และด้านล่างเองก็เป็นกระจกใสสามารถมองเห็นธารน้ำแข็งด้านล่างได้อย่างชัดเจน

    ที่พัก HOTEL ALBANA REAL หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 6
    เมืองเซอร์แมทนั่งรถไฟสู่เมืองทาซ - เมืองมิลาน - มหาวิหารดูโอโม่ - เมืองปิซ่า

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    จากนั้นนำท่านนั่งรถไฟสู่ เมืองทาซ เพื่อนั่งรถโค้ชเดินทางสู่ มิลาน (MILAN) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม.) เมืองสำคัญทางภาคเหนือของอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า มหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) หนึ่งในโบสถ์ศริสต์สถาปัตยกรรมกอธิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใน วิหารเชื่อกันว่ามีการบรรจุหมุดตรึงไม้กางเขนของจริงที่ใช้ในการประหารชีวิตพระเยซู บริเวณด้านหน้าตกแต่งด้วยรูปสลักหินอ่อนที่วิจิตรเป็นอย่างยิ่ง

    นอกจากนั้นหากมีเวลาให้ท่านได้เพลิดเพลินกับช้อปปิ้งมอลล์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปที่ กัลเลรีอาวิตโตรีโยเอมานูเอเลเซ คอนโด (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่อัดแน่นไปด้วย แบรนด์ชั้นนำระดับโลก อาทิ Prada, Versace, Armani, Dolce & Gabbana, Valentino รวมไปถึงแบรนด์เนมที่คุ้นหู อีกมากมายอย่าง Gucci, LOUIS VUITTON, Swarovski

    เที่ยง อิสระอาหารกลางวันเพื่อไม่เป็นการรบกวนเวลาของท่าน
    จากนั้น เดินทางสู่ เมืองปิซ่า (Pisa) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชม.) แคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี อยู่ทางตะวันตกของเมืองฟลอเรนซ์ ประมาณ 100 กิโลเมตร และทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเซียนาปรมาณ 130 กิโลเมตร จตุรัสดูโอโมแห่งปิซาได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1987

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
    ที่พัก AC Pisa หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 7
    เมืองปิซ่า - จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม - หอเอนเมืองปีซ่า - เมืองฟลอเร้นซ์ - จัตุรัสมิเกลลันเจลโล่ - นั่งรถไฟ Italo จากฟลอเร้นซ์ สู่ กรุงโรม

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่าน เข้าชม จัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza del Duomo Pisa) ศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของเมือง ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้จะประกอบไปด้วย หอศีลจุ่ม วิหาร และหอระฆัง ซึ่งที่นี่มีหอระฆังที่โด่งดังระดับโลก นั้นคือ หอระฆังเอน แห่งเมืองปิซ่านำท่านชมบริเวณรอบหอระฆังแห่งนี้พร้อมเก็บรูปเป็นที่ระลึกกับ หอเอนเมืองปีซ่า (LEANING TOWER OF PISA) หอระฆังทรงกระบอก 8 ชั้น โดยเอกลักษณ์และสาเหตุที่ทำให้หอระฆังแห่งนี้ได้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกนั้นคือการที่ตัวอาคารมีลักษณะเอียงไปทางเหนือประมาณ 3.97 องศา

    เดินทางสู่ เมืองฟลอเร้นซ์ (FLORENCE ) ( ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.) เมืองที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเมืองหลวงของอิตาลี และเมืองหลวงของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ เป็นเมืองซึ่งเป็นที่ถือกำเนิดของจิตรกรระดับโลกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น มีเกลันเจโล ลีโอนาโด ดาวินชี่ ราฟาเอล ซานตี และอีกมากมาย

    เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น เมนู พิซซ่าสูตรอิตาลีแท้ !!
    นำท่านถ่ายรูปมุมสูงของเมืองที่ จัตุรัสมิเกลลันเจลโล่ (Piazzale Michelangelo) ซึ่งถือว่าเป็น 1 ในมุมที่ดีที่สุดที่จะได้เห็นทัศนียภาพแบบพาโนราม่า บนนี้ท่านจะสามารถเห็นกลุ่มอาคารสำคัญๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมหาวิหารฟลอเรนซ์ สะพานเวคคิโอ พระราชวังปิติ และยังเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเดวิดจำลองอีกด้วย

    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สถานีรถไฟ Firenze S.M. Novella เมืองฟลอเร้นซ์ เพื่อนั่งรถไฟความเร็ว สู่ Roma Termini กรุงโรม (Rome) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.40 ชม.) ซึ่งปกติจะใช้เวลาในการเดินทางด้วยรถยนต์กว่า 3-4 ชั่วโมง

    เย็น บริการอาหารเย็น ณ ห้องอาหารโรงแรม
    ที่พัก Mercure Rome West หรือเทียบเท่าในระดับเดียวกัน
    (โรงแรมที่นำเสนอเป็นโรงแรมเสนอเบื้องต้นเท่านั้น ชื่อโรงแรมที่ท่านพักทางบริษัทจะทำการแจ้งพร้อมใบนัดหมาย 5-7 วันก่อนเดินทาง ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนที่พัก ไปพักเมืองใกล้เคียงกรณีติดงานแฟร์หรือมีเทศกาล)

  • Day : 8
    นครรัฐวาติกัน - มหาวิหารนักบุญปีเตอร์ - จัตุรัสนักบุญปีเตอร์ - โคลอสเซี่ยม - โรมันฟอรั่ม - น้ำพุเทรวี่ - บันไดสเปน - ท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดา วินชี - ฟีอูมีชีโน

    เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

    เดินทางสู่ นครรัฐวาติกัน (STATE OF THE VATICAN CITY) นครแห่งคริสตจักรที่อยู่ในกรุงโรม ถือเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนิกชน นิกายโรมันคาทอลิก เป็นที่ประทับของพระสันตะปาปา และประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ

    นำท่านถ่ายรูปกับ มหาวิหารนักบุญปีเตอร์ ( ST. PETER’ BASILICA) ศาสนสถานของคริสต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นที่ฝังพระศพของพระสันตะปาปาพระองค์แรกที่ถูกลงโทษประหารชีวิตด้วยการตรึงไม้กางเขนในสมัยของจักรพรรดิเนโร เมื่อปี ค.ศ. 68 ถือเป็นศูนย์รวมทั้งทางกายและทางใจของวาติกัน มีประติมากรรมชื่อก้องโลกอย่าง ปีเอต้า (Pietà) เป็นรูปปั้นพระแม่นารีย์ทรงโอบอุ้มพระเยซูหลังจากสิ้นพระชนม์ ซึ่งทำจากหินอ่อนเพียงก้อนเดียวและใช้เวลาในการแกะสลัก 7 ปีบริเวณด้านหน้าคือ จัตุรัสนักบุญปีเตอร์ (St.Peter’s Square) ออกแบบโดย จาน ลอเรนโซ เบอร์นินี อีกหนึ่งประติมากรผู้ได้ฉายาว่า สามารถเสกหินอ่อนให้หายใจได้ จัตุรัสสามารถจุคนได้ประมาณ 60,000 คน ตรงกลางมีเสาโอบีสิสหินแกรนิตแดง สูง 25.5 เมตร จากอียิปต์ ซึ่งเป็นการแสดงถึงแสงยานุภาพของโรมันที่มีต่อประเทศในยุโรปและแถบเมดิเตอร์เรเนียนในขณะนั้น (ในกรณีมีพิธีด้านใน อาจจะไม่ได้รับการเข้าชม)จากนั้นนำท่านแวะถ่ายบริเวณด้านนอก โคลอสเซี่ยม (COLOSSEUM) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ฟราเวียนแอมฟิเธียเตอร์ อีก 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ต้นแบบของสนามกีฬาของโลก เป็นแหล่งบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในโรมัน สร้างขึ้นในสมัยของจักพรรดิเวสปาเซียนในปี ค.ศ. 70 ก่อนเปิดอย่างเป็นทางการในอีก 10 ปีต่อมาในสมัยพระเจ้าไททัส เป็นสนามกีฬาที่จะเป็นการประชันการต่อสู่ระหว่างเหล่านักรบกลาดิเอเตอร์ด้วยกันเอง และกับสัตว์ดุร้าย เช่น สิงโต ช้าง แรด เป็นต้น โดยบ้างก็กล่าวกันว่าการต่อสู้ในโคลอสเซี่ยมทำให้สัตว์บางชนิดแทบจะศูนย์พันธุ์เลยทีเดียว การสร้างอาคารแบบอัฒจันทร์กลม 3 ชั้นขนาดใหญ่แห่งนี้ยังถือว่าเป็นการผลิตซีเมนต์แห่งแรกๆ ของโลกอีกด้วย บริเวณใกล้กันท่านสามารถเดินถ่ายรูปด้านหน้า กับ โรมันฟอรั่ม (ROMAN’S FORUM) อดีตศูนย์กลางทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของอาณาจักรโรมัน โดยบริเวณนี้นั้นเป็นที่ตั้งของประตูชัย 2 แห่ง ที่เป็นต้นแบบของฝรั่งเศส นั่นคือ ประตูชัยคอนสแตนติน สร้างขึ้นในครั้งที่พระเจ้าคอนสแตนตินได้ชัยชนะเหนือพระเจ้าแมกเซนเทียส และประตูชัยไททัสที่สร้างขึ้นหลังจากได้รับชัยชนะเหนือเมืองเยลูซาเล็มในปีค.ศ. 81

    เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
    นำท่านชมความงามของ น้ำพุเทรวี่ (TREVI FOUNTAIN) ที่มักกล่าวกันว่าเป็นน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งใน โลก นำท่านเดินชมและถ่ายรูปบริเวณ บันไดสเปน (SPANISH STEPS) บันไดที่กว้างที่สุดในยุโรป เชื่อมระหว่างจัตุรัสสปังนา กับโบสถ์ทรีนิตี้ นอกจากนั้นยังมีสินค้าแบรนด์เนมหลากหลายให้ท่านได้เลือกสรรค์อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น Gucci, Louis Vuitton, Prada, Longchamp, Chanel, DIOR, Balenciaga เป็นต้น แต่หากสนใจชิมกาแฟเอสเปรสโซ่ต้นตำหรับ ก็มีร้านกาแฟมากมายให้ท่านได้ลิ้มลอง

    เย็น อิสระอาหารเย็น เพื่อความสะดวกและไม่เป็นการรบกวนเวลาช้อปปิ้งของท่าน
    ได้เวลาอันสมควร นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานเลโอนาร์โด ดา วินชี-ฟีอูมีชีโน (Aeroporto Leonardo da Vinci di Fiumicino) เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำการคืนภาษี (Tax Refund)
    22.25 น. ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบิน เที่ยวบินที่ QR114 **บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง **
    04.55 น. ถึง สนามบินนานาชาติโดฮา เพื่อรอเวลาเปลี่ยนเครื่อง

  • Day : 9
    สนามบินโดฮา - สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ

    08.30 น. ออกเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR828
    19.20 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม

    สนใจจัดทัวร์กรุ๊ปเหมา หรือคณะดูงาน แบบมืออาชีพติดต่อเราได้ที่นี่ LINE OA : @tours2world https://lin.ee/ktnGCCsw

Home (13)
จองผ่านไลน์

ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

Pp 0431719391757

จันทร์ - ศุกร์

09.00 - 18.00 น.