เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 09.00 -18.00 น.

เที่ยวแบบกรุ๊ปเหมาแอดเลย

Travel License : 11/06178

อิตาลีงามแท้ เทือกเขาโดโลไมท์ และชิงเกว แตร์เร

  • รหัสทัวร์ GO3MXP-EK016
  • ประเทศ อิตาลี
  • กำหนดการเดินทาง01 ธ.ค. 68 - 03 มิ.ย. 69
  • จำนวนวัน 8วัน 5คืน
  • ราคาเริ่มต้น 75,900 บาท/ท่าน
  • เดินทางโดย Emirates Logo.svg

วันเดินทางและราคา

วันเดินทางไป - กลับ ผู้ใหญ่ เด็กมีเตียง เด็กไม่มีเตียง พักเดี่ยว เด็กทารก จอยแลนด์ Group Size สถานะ
25 ก.พ. 69 - 04 มี.ค. 69 ฿ 75,900 - - ฿ 13,900 - - จองเลย
19 มี.ค. 69 - 26 มี.ค. 69 ฿ 75,900 - - ฿ 13,900 - - จองเลย
08 เม.ย. 69 - 15 เม.ย. 69 ฿ 79,900 - - ฿ 15,900 - - จองเลย
28 เม.ย. 69 - 05 พ.ค. 69 ฿ 76,900 - - ฿ 13,900 - - จองเลย
29 เม.ย. 69 - 06 พ.ค. 69 ฿ 76,900 - - ฿ 13,900 - - จองเลย
27 พ.ค. 69 - 03 มิ.ย. 69 ฿ 76,900 - - ฿ 13,900 - - จองเลย

รายละเอียดโปรแกรม

  • Day : 1
    สนามบินสุวรรณภูมิ

    23.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบิน Emirates เจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก

  • Day : 2
    สนามบินสุวรรณภูมิ - สนามบินดูไบ - มิลาน - เบรสชา

    02.50 น. ออกเดินทางสู่จากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 377
    06.00 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
    09.45 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 205
    14.20 น. ถึงสนามบินมิลาน ประเทศอิตาลี (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมงในช่วงฤดูหนาวหรือปลาย ต.ค.68 และปรับเป็น 5 ชั่วโมงในช่วงปลาย มี.ค.2569) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นเดินทางสู่ จัตุรัสใจกลาง เมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก นำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมแกลเลอรี วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆ ในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือ ลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณด้านหน้าของโรงละครสกาล่า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเบรสชา (Brescia)

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
    ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก DOUBLE TREE BY HILTON หรือเทียบเท่า

  • Day : 3
    เบรชชา - ออร์ทิเซ่ - ขึ้นกระเช้า แอลป์ ดิ ซุสเซ่ – ทะเลสาบเบรียส - ทะเลสาบมิสุริน่า - โบลซาโน

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองออร์ทิเซ่ (Ortisei) ศูนย์กลางของแถบอุทยานเทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites) โดยเมืองนี้เป็นเมืองที่อยู่ในหุบเขา มีเทือกเขาล้อมรอบสวยงาม อิสระให้ท่านพักผ่อนเพลิดเพลิน กับอากาศอันบริสุทธิ์ ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา จากนั้นนำท่านขึ้นกระเช้า (Cable Car) เราจะพาขึ้นสู่บนเนินเขาที่เรียกว่า แอลป์ ดิ ซุสเซ่ (Alpe di Siusi) นำท่านชมวิวทิวทัศน์บนทุ่งหญ้าราบเลียบบนภูเขา ที่ได้ขึ้นชื่อว่า “กว้างใหญ่ที่สุดในยุโรป” ให้ท่านได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของทิวทัศน์มุมสูงของเทือกเขาโดโลไมท์ เวลาที่มองลงไปด้านล่างจะยังเห็นบ้านเรือนในสไตล์ยูโรเปี้ยนรีสอร์ทกระจายอยู่ตามไหล่เขา อิสระให้ท่านเดินเล่น ถ่ายรูปตามอัธยาศัย จากนั้นนำท่านนั่งกระเช้ากลับลงสู่ด้านล่าง ** ในกรณีถ้ากระเช้าสู่ยอดเขาแอลป์ ดิ ซุสเซ่ ปิด ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ทางบริษัทจะเปลี่ยนไป Santa Maddalena และ Lake Carezza แทน พร้อมคืนค่ากระเช้าให้ ท่านละ 1,200 บาท ***

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
    บ่าย นำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบเบรียส ( Lake Braies ) หรือ (Pragser Wildsee) ทะเลสาบที่ได้ขึ้นชื่อว่าไข่มุกแห่งโดโลไมต์ ตั้งอยู่ในหุบเขาโดโลไมต์ และยังได้เป็นส่วนหนึ่งใน มรดกโลก (Unesco) อีกด้วย นำท่านเดินทางสู่ทะเลสาบมิสุริน่า (Misurina Lake) ทะเลสาบสีเขียวมรกตที่รายล้อมไปด้วยป่าสนแห่งเทือกเขาแอลป์ในระดับความสูง 1,754 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่เป็นทะเลสาบที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในแถบ Dolomite นี้เลย เนื่องด้วยความสวยงามของทะเลสาบ บางเวลาน้ำนิ่งราวกระจกเงาใส ที่นักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมาอิสระท่าน ถ่ายภาพความงดงามของทะเลสาบจนเต็มอิ่ม
    *** ในช่วงเวลาฤดูใบไม้ร่วงทิวทัศน์สีเขียวของทะเลสาบจะตัดกับสีแดงของใบไม้ ความสวยงามสีสันจะดูน่าหลงใหล ส่วนถ้าในฤดูหนาวทะเลสาบอาจจะมีสภาพเป็นน้ำแข็ง ทุ่งหญ้า ภูเขา และหลังคาบ้านถูกปกคลุมด้วยสีขาวสะอาดราวนิทาน บรรยากาศเงียบสงบแต่งดงามเหมือนเวลาถูกหยุดไว้ ** ***

    จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่โบลซาโน (Bolzano) เมืองที่ถือว่าเป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติโดโลไมท์และเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคทีโรลใต้ซึ่งล้อมรอบด้วยแม่น้ำ เนินเขาที่เป็นป่าทุ่งหญ้า ไร่องุ่นและเทือกเขาโดโลไมท์ในทางทิศตะวันออก

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
    ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก LEADING RELAX HOTEL MARIA หรือเทียบเท่า

  • Day : 4
    โบลซาโน - นั่งเรือเข้าสู่เกาะเวนิส – เวนิส เมสเตร้

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre) ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
    บ่าย นำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน มีสมญานามว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก” มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ ( Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป” จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเที่ยวชมเกาะอันแสนโรแมนติก เช่น เพื่อชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โค, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่, หน้ากากเวนิส หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ Venice Mestre

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (สปาเก็ตตี้หมึกดำ)
    ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก MOVE HOTEL VENICE NORD หรือเทียบเท่า

  • Day : 5
    เวนิส เมสเตร้ - ฟลอเรนซ์ - มหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร - ปิซ่า

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางต่อสู่แคว้นทัสคานี (Tuscany) โดยเมืองหลวงของแคว้น คือ ฟลอเรนซ์ (Florence) ที่ได้รับขนานนามว่าเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งศิลปะในยุคเรอเนสซองส์ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีโบราณสถานสำคัญ และมีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงาม จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อ ปี ค.ศ.1982 ทำให้ทัสคานีมีชื่อเสียงในฐานะดินแดนท่องเที่ยวยอดนิยมระดับโลก นักท่องเที่ยวทั่วโลก ชมความยิ่งใหญ่ และอลังการของมหาวิหารซานตา มาเรีย เดล ฟิโอเร (Santa Maria Dell Fiore) วิหารของเมืองฟลอเรนซ์ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของทวีปยุโรป ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่ใช้หินอ่อนหลายสีตกแต่งผสมผสานกันได้อย่างงดงาม นำชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) ซึ่งรายล้อมไปด้วยรูปปั้น อาทิ เช่น รูปปั้นเทพเจ้าเนปจูน (Fountain of Neptune), วีรบุรุษเปอร์ซิอุสถือหัวเมดูซ่า (Perseus with the Head of Medusa), รูปปั้นเดวิด ผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่าน มาริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะพบกับสะพานเวคคิโอ (Vecchio) สะพานเก่าแก่ที่มีมีร้านขายทอง และอัญมณีอยู่ทั้งสองข้าง

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
    บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆ อยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (พิซซ่าอิตาเลียน)
    ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN GRAND GUINIGI หรือเทียบเท่า

  • Day : 6
    ลา สเปเซีย - นั่งรถไฟสู่หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร - หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ - หมู่บ้านมานาโรล่า - หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร - โรม

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองลา สเปเซีย (La Spezia) เมืองในเขตลิกูเรีย ตอนเหนือของอิตาลีอยู่ระหว่างเมืองเจนัว และ ปิซ่า ในบริเวณอ่าวลิกูเรหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้าและการทหาร นำท่านโดยสารรถไฟสู่หมู่บ้านชิงเกว แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี ที่มีความหมายว่า “ดินแดนทั้งห้า (Five Land)” ตั้งบนหน้าผาสูงชันเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนติดทะเลบริเวณชายฝั่งแคว้นลิกูเรีย ประกอบด้วยหมู่บ้าน 5 แห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้ มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้อีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินเล่นชมหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร่ (Rio –Maggiore) อยู่ทางตอนใต้สุดของหมู่บ้านทั้งห้า เป็นหมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่มีเสน่ห์และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ อิสระให้ท่านชมความงดงามและถ่ายรูปตามอัธยาศัย

    กลางวัน อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย

    บ่าย นำท่านสู่หมู่บ้านมานาโรล่า (Manarola) อาจได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่เล็กเป็นอันดับสอง แต่มีความเก่าแก่ที่สุดในบรรดาหมู่บ้านทั้ง 5 ที่สร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1338 มีความสวยงามที่ไม่แพ้หมู่บ้านอื่นๆ มีไวน์ท้องถิ่นที่ปลูกในพื้นที่ที่รสชาดเยี่ยมอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านมอนเตรอสโซ อัล มาเร ( Monterosso al Mare) เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่และกว้างมากที่สุด มีหาดทรายยาวสวยงามที่สุดในชิงเกว แตร์เร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงโรม (Rome) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี

    ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
    ที่พัก นำท่านเข้าสู่ที่พัก MERCURE ROMA WEST หรือเทียบเท่า

  • Day : 7
    โรม - วาติกัน - โคลอสเซี่ยม - น้ำพุเทรวี่ - ย่านบันไดสเปน - สนามบินฟูมิชิโน

    เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
    นำท่านเดินทางสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้าและเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านถ่ายรูปกับมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter’s Baldachin) เป็นซุ้มสาริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์ (การเข้าชมด้านในมหาวิหารไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ท่านต้องต่อคิวที่ค่อนข้างยาวมาก การให้เวลาในแต่ละสถานที่เที่ยว ขึ้นอยู่ที่สถานการณ์หน้างาน) นำท่านผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีตและเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสถานสร้างความบันเทิงของชาวโรมันมาแต่สมัยโบราณโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน

    กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
    บ่าย นำท่านเดินชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง สามรักในกรุงโรม จากนั้นเชิญอิสระตามอัธยาศัยกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกในบริเวณย่านบันไดสเปน (The Spanish Step) ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรูและยังเป็นแหล่งนัดพบ

    17.30 น.ได้เวลาอันสมควรนำเดินทางสู่สนามบินฟูมิชิโน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำการคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
    ** สำหรับคณะที่ออกเดินทาง 25 ต.ค. – 1 พ.ย.68 / 13-20 พ.ย.68 / 1-8 ธ.ค.68 / 29 ธ.ค.68 – 5 ม.ค.69 / 25 ก.พ. – 4 มี.ค.69 / 19-26 มี.ค.69 เที่ยวบินที่ EK 96 เวลาบินออกจากสนามบินปรับเป็น 20.50 น. เวลานัดหมายก่อนเดินทางสู่สนามบินปรับเป็น 16.30 น.***

    22.10 น. เดินทางจากสนามบินฟูมิชิโน โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 96
    ** สำหรับคณะที่ออกเดินทาง 25 ต.ค. – 1 พ.ย.68 / 13-20 พ.ย.68 / 1-8 ธ.ค.68 / 29 ธ.ค.68 – 5 ม.ค.69 / 25 ก.พ. – 4 มี.ค.69 / 19-26 มี.ค.69 เที่ยวบินที่ EK 96 เวลาบินออกจากสนามบินปรับเป็น 20.50 น. ***

  • Day : 8
    สนามบินดูไบ - สนามบินสุวรรณภูมิ

    05.50 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
    ** สำหรับคณะที่ออกเดินทาง 25 ต.ค. – 1 พ.ย.68 / 13-20 พ.ย.68 / 1-8 ธ.ค.68 / 29 ธ.ค.68 – 5 ม.ค.69 / 25 ก.พ. – 4 มี.ค.69 / 19-26 มี.ค.69 เที่ยวบินที่ EK 96 เวลาบินถึงสนามบินดูไบ ปรับเป็น 05.30 น. ***

    09.40 น. ออกเดินทางจากสนามบินดูไบ โดยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK 372
    ** สำหรับคณะที่ออกเดินทาง 25 ต.ค. – 1 พ.ย.68 / 13-20 พ.ย.68 / 1-8 ธ.ค.68 / 29 ธ.ค.68 – 5 ม.ค.69 / 25 ก.พ. – 4 มี.ค.69 / 19-26 มี.ค.69 ปรับเที่ยวบินเป็น เที่ยวบินที่ EK 370 เวลาบินออกจากสนามบินดูไบ 08.55 น. / 8-15 เม.ย.69 ปรับเที่ยวบินเป็น เที่ยวบินที่ EK 370 เวลาบินออกจากสนามบินดูไบเวลา 09.00 น. ***

    19.15 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ.
    ** สำหรับคณะที่ออกเดินทาง 25 ต.ค. – 1 พ.ย.68 / 13-20 พ.ย.68 / 1-8 ธ.ค.68 / 29 ธ.ค.68 – 5 ม.ค.69 / 25 ก.พ. – 4 มี.ค.69 / 19-26 มี.ค.69 ปรับเที่ยวบินเป็น เที่ยวบินที่ EK 370 เวลาบินถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 18.05 น. / 8-15 เม.ย.69 ปรับเที่ยวบินเป็น เที่ยวบินที่ EK 370 เวลาบินถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 18.20 น. ***

    สนใจจัดทัวร์กรุ๊ปเหมา หรือคณะดูงาน แบบมืออาชีพติดต่อเราได้ที่นี่ LINE OA : @tours2world https://lin.ee/ktnGCCsw

Home (13)
จองผ่านไลน์

ติดต่อข่าวสารโปรโมชั่นทัวร์

Pp 0431719391757

จันทร์ - ศุกร์

09.00 - 18.00 น.